แชร์

เที่ยววัดไหว้พระจังหวัดเชียงราย เมื่อ ปี ๒๕๔๓

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.พ. 2026
3 ผู้เข้าชม

เที่ยววัดไหว้พระ

โดย... ชายนำ ภาววิมล ...

แอ่วเหนือเมื่อหน้าฝน ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ไปไหว้พระธาตุดอยตุง พระธาตุผาเงา บทบาทพระสงฆ์ในสังคมชนบท สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง

            ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่จังหวัดเชียงรายร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทางไกลของกรมการศึกษานอกโรงเรียน นอกจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานแล้ว ยังมีโอกาสได้พบเห็นและสัมผัสกับพระสงฆ์ในชนบทหลายรูปที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยและการศึกษาวิชาชีพตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา สิ่งที่ได้พบได้เห็นมานี้ คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวพุทธในยุคสมัยนี้ได้มองย้อนกลับไปหาบทบาทและหน้าที่ของพระสงฆ์ที่พึงมีต่อสังคม วัดต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เป็นที่พึ่งของชาวพุทธในสิ่งที่ถูกที่ควร

            วันแรกของการศึกษาดูงาน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงรายได้นำพวกเราเดินทางไปดูงานที่อำเภอแม่สรวย เริ่มต้นจากการจัดการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่ศูนย์การศึกษาชุมชน (ศ.ร.ช.) อ.บ.ต.ป่าแดด การจัดกิจกรรมการศึกษาโดยใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสของสำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติที่โรงเรียนบ้านหนองหล่ม และขึ้นเขาไปดูงานที่ชุมชนไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ที่บ้านป่าม่วง เส้นทางที่จะไปสู่บ้านป่าม่วงเป็นทางเล็ก ๆ บนไหล่เขา ช่วงเวลาที่เดินทาง ฝนตกลงมาตลอดเวลา ถนนลื่นบางช่วงเป็นร่องเป็นหล่ม กว่าจะไปถึงต้องใช้เวลามากพอสมควร ถ้าไม่ได้คนขับรถของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนฯ ที่มีประสบการณ์ในการขับรถบนเขาอย่างโชกโชนแล้ว คงได้กินข้าวลิงบนเขาเป็นแน่แท้

            บ้านป่าม่วงเป็นชุมชนชาวเขาเผ่ามูเซอและกระเหรี่ยง ที่อยู่ห่างไกลการคมนาคมไม่สะดวก ไม่มีไฟฟ้าต้องใช้พลังงานจากโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ ถ้าช่วงไหนฝนตกหนักติดต่อกันหลาย ๆ วัน การใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย ความลำบากและข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้ชาวบ้านมีความรู้สึกรักและหวงแหนในสื่อที่เขาได้มา ต้องเป็นผู้ที่เสียสบะพอสมควร เพราะงานหนัก ต้องทำงานทุกอย่างในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ งบประมาณไม่เพียงพอ วัสดุอุปกรณ์ก็ขาดแคลน ผลตอบแทนที่ได้รับคือเงินเดือนเพียงไม่กี่พันบาท สวัสดิการไม่มี อนาคตไม่แน่นอน

            ความประทับใจอีกประการหนึ่ง น้ำใจของชาวเขาบ้านป่าม่วง ตอนขากลับ ถนนบางช่วงเละเป็นร่องลึก รถขับเคลื่อนสี่ล้อไม่สามารถผ่านได้ทั้งขบวน พ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านได้พาลูกบ้านจำนวนหนึ่ง ถือจอบถือเสียมขึ้นท้ายรถของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนมาช่วยเกลี่ยทางในจุดคับขันเพื่อให้คณะของพวกเราสามารถเดินทางกลับที่พักได้โดยสวัสดิภาพ รถผ่านไปคันหนึ่งก็เกลี่ยถนนทีหนึ่ง กว่ารถทั้งหกคันจะผ่านไปได้ทั้งหมด ก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมื่อนกัน เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว ต้องเดินเท้ากลับบ้านเป็นกิโล นี่แหละครับ… น้ำใจของคนที่ด้อยโอกาสในสังคม น้ำใจที่หาได้ยากยิ่งในสังคมตะวันตกที่คนรุ่นใหม่บางกลุ่มหลงใหลใฝ่ฝันหา

            วันที่สอง ได้เดินทางไปดูงานที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาโด่ ตำบลสลองใน กิ่งอำเภอแม่สลอง จุดเด่นของโรงเรียนแห่งนี้ ต้องยกนิ้วให้ตำรวจตระเวนชายแดนที่สามารถทำงานมวลชนและการศึกษาได้อย่างดีเยี่ยดาบตำรวจบุญเรือง ช่างเขียน ครูใหญ่ฯ ได้พาพวกเราชมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมง แม้ว่าการเรียนการสอนของโรงเรียนตามแนวชายแดนจะมีข้อจำกัดและปัญหาอุปสรรคมากมาย แต่ตำรวจตระเวนชายแดนเหล่านี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาและการจัดการภายใต้ทรัพยากรอันจำกัด โดยการนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับการเรียนการสอน มีการชัดกนำให้แม่บ้านที่ว่างงานมาช่วยทำอาหารเลี้ยงเด็กนักเรียน สอนวิชาชีพและแบ่งกลุ่มให้เด็กรับผิดชอบในการปลูกข้าว พืชสวครัว เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ประโยชน์ทางตรงที่เห็นได้ชัด ๆ คือ เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น

            กว่าจะออกจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาโด่ได้ ก็เลยเวลารับประทานอาหารกลางวันไปเกือบชั่วโมง ขณะเดินทางกลับ ฝนตกหนักตลอดเวลา เลยบ้านหินแตกในและบ้านหินแตกนอกไปประมาณ ๑๐ - ๑๕ นาที เป็นช่วงที่ทางการกำลังขยายถนน สภาพถนนในขณะนั้น เป็นดินลูกรังที่ยังบดอัดไม่แน่น พอถูกฝนมาก ๆ เลยเละเป็นโจ๊ก รถแต่ละคันลื่นไถล ขนาดรถขับเคลื่อนสี่ล้อยังเอาไม่ค่อยจะอยู่ ต้องใช้วิธีขับแบบสไลด์ข้างไปเรื่อย ๆ กว่าจะพ้นไปได้ หัวใจของผู้อาวุโสหลายท่านเต้นไม่เป็นจังหวะ ซ้ายก็เหว ขวาเป็นไหล่เขา พอเลยไปอีกนิด เป็นเหวทั้งสองข้างเลยไปอีกหน่อย ซ้ายเป็นไหล่เขา ขวาเป็นเหว “พรุ่งนี้ จะมีเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นกว่านี้อีกหรือไม่” เป็นเสียงสัพยอกแบบคนที่มองโลกในแง่ดีจากท่านเลขานุการกรมวิชาการ เมื่อผ่านจุดวิกฤตอไปแล้ว สารถีผู้มีประสบการณ์อย่างโชกโชนตอบแบบยิ้ม ๆ ว่า “ไม่มีแล้วครับ…ท่าน พรุ่งนี้เป็นเส้นทางบนพื้นราบทั้งหมด

            บ่ายสองเศษ ๆ ได้แวะไปรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารซากุระ ดอยแม่สลอง จะเป็นเพราะว่าหิ้วท้องมานานหรืออาหารอร่อยก็ตามที ดูเหมือนทุกคนจะเจริญอาหารดีมาก อาหารหมดทุกอย่างภายในเวลาไม่นานนัก ผัดผักของภัตตาคารซากุระรสชาติดีมาก ขาหมูยูนนานและหมั่นโถวเนื้อนิ่มน่ารับประทาน ที่ถูกอกถูกใจมากที่สุด คงไม่พ้นเห็ดหอมคลุกซี่อิ้ว เคล็ดลับไม่มีอะไรมาก ฟังดูเหมือนทำง่าย ๆ แต่ทำให้อร่อยยาก บริกรสาวตอบด้วยน้ำเสียงแบบคนจีนที่พูดไทยไม่ชัดว่า “ถ้าไม่มีใครทำให้ทาน ยินดีไปเป็นแม่บ้านให้” เล่นเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายที่ถูกถอนเขี้ยวเล็บไปนานแล้ว ได้แต่รำพึงรำพันในใจว่า “เป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว ไม่รอดแน่” … ไม่รู้ว่าเสือเฒ่าหรือสมันน้อย ใครจะไม่รอดกันแน่ … และตบท้ายด้วยน้ำชาอู่หลงที่ทางผู้จัดการภัตตาคารได้นำออกมาบริการเป็นของแถมชุดพิเศษที่คอน้ำชาชื่อชอบและต้องควักกระเป๋าซื้อกลับไปชงที่บ้านอีกหลายห่อ

           หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนคิดว่าหากพอมีเวลาสักเล็กน้อย จะถือโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมวัดสันติคีรี ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียงกัน หนานชัยหรือคุณสมภพ ตรีปริวรรษ แห่งสีห์ศิลป์พระเครื่องและพยากรณ์เคยเล่าให้ฟังว่า ในสมัยที่บวชเป็นพระอยู่กับพระมงคลวุฒาจารย์ วิ. (จันทร์ กนฺตสีโล ชาตะ ๒๔๕๗, อุปสมบท ๒๕๐๐, มรณภาพ ๒๕๓๘.) วัดเม็งรายมหาราช ได้รับมอบหมายให้ไปปกครองดูแลวัดสันติคีรีประมาณสองถึงสามปี การมาอยู่ที่ดอยแม่สลองต้องใช้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมหลาย ๆ ด้าน กว่าจะทำให้คนในพื้นที่ยอมรับและมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หนานชัยเป็นเพื่อนต่างวัยคนแรกที่ทำให้เกิดความกระจ่างว่าวิชาสมภารคืออะไรและมีขอบเขตกว้างขวางเพียงไร แต่ก็ติดขัดด้วยเวลาและกำหนดการที่ทางกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้วางไว้แต่แรก จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเที่ยวชมความงามของวัดแห่งนี้

            จากดอยแม่สลอง ได้เดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุดอยตุง ซึ่งอยู่เลยพระตำหนักดอยตุงไปไกลพอสมควร เส้นทางที่ไปเป็นถนนบนไหล่เขาแคบและสูงชัน เมื่อขึ้นไปถึงองค์พระธาตุ ความงามของสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์บนยอดเขาแห่งนี้ ทำให้เกิดวิจิกิจฉาหรือข้อสงสัยว่าเหตุไฉนมนุษย์เราถึงได้มีศรัทธาและความเพียรพยายามถึงเพียงนี้ บนยอดเขาสูงที่การเดินทางค่อนข้างลำบาก ไม่สะดวกสบายและปลอดภัยเหมือนกับการเดินทางบนที่ราบ ก็ยังมีสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาประดิษฐานอยู่ คนที่ขึ้นไปกราบนมัสการยังรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางย้อนยุคกลับไปในอดีตเมื่อเจ็ดหรือแปดร้อยปีที่ผ่านมา คงไม่จำเป็นต้องสร้างจินตนาการร่วมกันว่าคนในยุคสมัยนั้นเดินทางขึ้นไปสร้างองค์พระธาตุได้อย่างไร ถ้าไม่มีศรัทธาอันแรงกล้า สถาปัตยกรรมที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของชาติคงจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

            เมื่อกราบนมัสการองค์พระธาตุดอยตุงแล้ว ได้แวะเข้าไปดูที่ตู้วัตถุมงคลของทางวัด ในตู้มีวัตถุมงคลของทางวัด ในตู้มีวัตถุมงคลเพียงไม่กี่รายการ เท่าที่จำได้ ก็มีพระพุทธรูปบูชาแบบเชียงแสน องค์พระธาตุจำลอง รูปภาพ พระรอดหลังองค์พระธาตุดอยตุง และเหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย วัตถุมงคลที่ผู้เขียนสนใจและเช่าบูชามีพระรอดหลังองค์พระธาตุดอยตุงรายการเดียว ข้อมูลเท่าที่พอสอบถามได้จากกรรมการวัด พระรอดชุดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๘ มีส่วนผสมของผงธูป เกสร และดิน จำนวนการสร้างประมาณ ๑๐,๐๐๐ องค์ เข้าพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระธาตุดอยตุงน้อย พระเกจิาจารย์ที่มาร่วมพิธีฯ ประกอบด้วย พระครูพิทักษ์ประจันตเขต (ฝ้าย จนฺทโก; ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง, พระครูพิทักษ์พรหมวิหาร (ตี๋ สุวณฺณโชโต) วัดพรหมวิหาร อำเภอแม่สาย ฯลฯ 

            ขากลับ มีเวลาแวะเยี่ยมชมพระตำหนักดอยตุง ๓๐ นาที เวลาเพียง ๓๐ นาที ช่างน้อยเหลือเกิน แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ได้เห็นความสวยงามของสวนไม้ประดับในพระตำหนักดอยตุง ต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังคงสภาพเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ เพราะมีการดูแลอย่างจริงจัง ผิดกับพื้นที่นอกโครงการที่อยู่ห่างไกลออกไป แนวคิดที่จะให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติและป่า ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่และไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมนุษย์อยู่กับป่ามาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์เป็นได้ทั้งผู้ทำลายและผู้รักษาป่า การรักษาป่าไม้ไม่จำเป็นต้องใช้หลักกฏหมายมาบีบบังคับให้คนออกจากป่า แต่อยู่ที่ความสามารถของรัฐในการสร้างชุมชนให้มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการรักษาและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเหมาะสม คำถามที่ทางราชการน่าจะนำไปพิจารณาว่าประชาชนจะเลือกรักษาป่าของใคร ป่าเแรกคือป่าชุมชนที่ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ป่าที่สองคือป่าของทางราชการที่กำหนดไว้ว่าผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ ใครรู้ช่วยบอกด้วย… ครับกระผม

            ตอนเย็น ทางศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารมื้อค่ำที่ร้านสบันงาขันโตก ถนนสันโค้งน้อย คุณบังอร ทิศสกุล เจ้าของร้านสบันงาขันโตกและบังอรคอร์ท ได้ลาออกจากการเป็นครูมาประกอบอาชีพที่มีส่วนในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา นอกจากขันโตกและการแสดงพื้นบ้าน เสน่ห์ของร้านนี้อยู่ที่ความสามารถของพิธีกรสาวที่มีลูกเล่นและชั้นเชิงแพรวพราว มีลูกล่อลูกชนที่ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินสนุกสนานไปกับการแสดงบนเวที ถ้าเป็นลูกค้าต่างชาติ พิธีกรสาววัยละอ่อนผู้นี้จะบรรยายเป็นภาษาต่างด้าวได้อีกหลายภาษา หน่วยข่าวกรองรายงานลับเฉพาะแบบรู้กันทั่วว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของร้าน เรียนชั้นปี ๔ ที่สถาบันราชภัฏจังหวัดเชียงราย อย่างนี้เขาเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

             ในวันที่สาม ได้เดินทางไปศึกษาดูงานของศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกิ่งอำเภอดอยหลวงซึ่งเป็นอำเภอที่กันดารที่สุดในจังหวัดเชียงราย ไม่มีระบบชลประทาน ไม่มีสถานพยาบาล ไม่มีธนาคาร แม้ว่าจะเป็นที่ราบ แต่การติดต่อสื่สารกับตัวจังหวัดและอำเภออื่น ๆ ก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่ำสุด ไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน การบริหารการศึกษานอกโรงเรียนจึงมุ่งเน้นด้านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาวิชาชีพ และการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นสำคัญ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกิ่งอำเภอดอยหลวงตั้งอยู่ในวัดปงสนุก ซึ่งมีท่านพระครูหิรัญเหมคุณ (คำเงิน  เหมกิตฺโต) เป็นเจ้าอาวาส

             พระครูหิรัญเหมคุณ (คำเงิน เหมกิตฺโต) ปัจจุบันอายุ ๖๐ ปี พรรษา ๓๐ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ ๑๕ ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี ๒๕๐๓ สำเร็จการศึกษาชั้นนักธรรมเอก เดิมเป็นชาวอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ครูบาคำเงิน เหมกิตฺโต เป็นลูกศิษย์ของครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ท่านเป็นพระนักพัฒนาที่เห็นความสำคัญของการศึกษาและมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง อาคารส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ตั้งของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกิ่งอำเภอดอยหลวง และพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในวัดปงสนุกได้นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้าน เป็นสถายที่อบรมชาวบ้านในหลักสูตรต่าง ๆ ที่ราชการกำหนด นอกจาการใช้ประโยชน์จากสถานที่ของทางวัดแล้ว ครูบาคำเงิน เหมกิตฺโต ยังสนับสนุนทางด้านอื่น ๆ ท่านผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกิ่งอำเภอดอยหลวงกล่าวว่า
“ทางศูนย์ฯ ไม่เคยเบิกเงินในหมวดสาธารณูปโภคเลย อาศัยยทางวัดทั้งหมด ปัจจุบันมี ๒๖ กลุ่มอาชีพถาวร ดังนั้น ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือท่านมาก

            ในด้านวัตถุมงคล ครูบาคำเงิน เหมกิตฺโต ไม่ได้แสดงท่าทีว่ามีความสนใจหรือคัดค้านเรื่องอิทธิวิถี เท่าที่สังเกต ท่านมุ่งเน้นเรื่องการศึกษาและการพัฒนาชุมชนเป็นหลัก แต่ก็มีการออกเหรียญมารุ่นหนึ่ง เป็นเหรียญรูปพระประธานในอุโบสถคือพระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ไม่มีการกำหนดสนนราคาเช่าบูชา ไม่มีการเปิดให้เช่าบูชา แต่จะมอบให้เป็นที่ระลึกกับผู้ที่ไปทำบุญกับท่าน ถ้าไม่ถาม ก็คงจะไม่มีใครบอกเหมือนกัน ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือเหรียญรุ่นนี้เก็บไว้ที่อุโบสถ ไม่ได้เก็บไว้ที่กุฏิเจ้าอาวาสหรือพระเลขาฯ เหมือนวัดทั่ว ๆ ไป ถ้ามีโอกาศผ่านไปที่กิ่งอำเภอดอยหลวง ก็น่าจะแวะเข้าไปร่วมทำบุญกับท่าน จะทำบุญสร้างพระธาตุเจดีย์หรือทำบุญการศึกษา ก็ได้บุญกุศลเหมือนกัน

            วัดที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งคือ "วัดบ้านใหม่พัฒนา ตำบลหนองป่าก่อ กิ่งอำเภอดอยหลวง ซึ่งมีพระอาจารย์สมศักดิ์ อตฺมโน เป็นหลักในการสนับสนุนกิจกรรมทางด้านการศึกษานอกโรงเรียน" เดิมจำพรรษาอยู่ที่วัดประสาท จังหวัดนนทบุรี เหตุที่มาอยู่ที่วัดบ้านใหม่พัฒนา เพราะในปี ๒๕๓๘ ได้รับการชักชวนจากพระรูปหนึ่งให้มาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าที่วัดแห่งนี้ เมื่อมาอยู่แล้วรู้สึกสบายทั้งกายและใจ จึงได้ช่วยเจ้าอาวาสพัฒนาวัดเรื่อยมา และตั้งใจว่าจะอยู่ที่วัดนี้ตลอดไป ในสายตาของผู้เขียน พระอาจารยสมศักดิ์ อตฺมโน เป็นพระนักพัฒนาที่เน้นการปฏิบัติ ปฏิเสธเรื่องอิทธิวิถีและการสร้างวัตถุมงคล การก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัด มุ่งเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม ท่านเล่าว่าความสำเร็จในการพัฒนาวัดมาจากศรัทธาของญาติโยมที่อยู่ทางกรุงเทพมหานครและเมืองนนทบุรี ศรัทธาที่เห็นว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ร่วมทำบุญกับท่านได้ก่อเกิดประโยชน์กับพระพุทธศาสนาและชุมชนรอบข้าง 

           นี่คือบทบาทและหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ในสังคมชนบท เป็นบทบาททางด้านการพัฒนาที่ช่วยให้ญาติโยมได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาและดำรงชีวิตตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อิทธิวิถีเป็นกุศโลบายหนึ่งที่นำมาใช้เพื่อโน้มน้าวให้ฝูงชนเข้ามาหาพระพุทธศาสนา แต่ก็มีพระภิกษุสงฆ์อีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้ความมุ่งมั่นและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนมาสร้างศรัทธาและโน้มนำให้สาธุชนเข้ามาปฏิบัติธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคม

            จากกิ่งอำเภอดอยหลวงตรงไปยังอำเภอเชียงแสน แวะกราบนมัสการหลวงพ่อผาเงาที่วัดพระธาตุผาเงาและทุกอย่างก็เหมือนเดิมคือมีเวลาน้อยมาก ไม่สามารถศึกษาเรียนรู้และชมวัดอย่างทั่วถึง กราบหลวงพ่อผาเงาเสร็จก็ต้องเดินทางต่อ ก่อนจะขึ้นรถเหลียวไปเห็นพิพิธภัณฑ์ชั่วคราวที่กุฏิเจ้าอาวาส เลยขอเวลาเข้าไปดูโบราณวัตถุซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก จึงได้มีโอกาสสนทนากับท่านพระครูไพศาลพัฒนาภิรัต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงาสักครู่หนึ่ง ท่านรดน้ำมนต์และแจกเหรียญ รูปเหมือนหลวงพ่อผาเงาให้กับคระที่เดินทางไปศึกษาดูงานคนละชุด ผู้เขียนเก็บเหรียญและกรอบรูปเหมือนขนาดเล็กไว้เป็นที่ระลึก ส่วนรูปขนาด ๑๐ คูณ ๑๔ นำไปถวายครูบากฤษดา สุเมโธ ในวันรุ่งขึ้น ท่านเพ่งดูสักครู่หนึ่ง แล้วกันมาบอกกับผู้เขียนว่าองค์ในของหลวงพ่อผาเงาเป็นทองคำ

            อาหารมื้อเที่ยงที่อำเภอเชียงแสน ต่างจากมื้ออื่น ๆ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวยูนนานริมฝั่งแม่น้ำโขง รสชาติต่างจากก๋วยเตี๋ยวทางภาคกลาง หมูอบยูนนานเนื้อนิ่มมาก แต่เพื่อนโต๊ะไม่ยอมตักทานกันเพราะมันจริง ๆ ชิ้นสองชิ้นก็ยังดีอยู่ เกินกว่านั้นรู้สึกเลียน ต้องซดน้ำชาร้อน ๆ แก้เลี่ยน ขนมจีบก็มี แต่ไม่มีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรส เลยไม่รู้ว่าขนมจีบยูนยานอร่อยจริงหรือเปล่า เสร็จจากอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ได้ตระเวนดูภูมิประเทศของเมืองเชียงแสนและอำเภอแม่สาย ข้ามไปนั่งจิบกาแฟที่ฝั่งพม่าคนละแก้ว ใช้เวลาประมาณยี่สิบกว่านาทีแล้ว เดินทางกลับโรงแรมวังคำที่อำเภอเชียงแสน เก็บสัมภาระเตรียมขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพมหานคร ส่วนผู้เขียนไม่ได้กลับพร้อมคณะ แต่ขอแวะค้างคืนที่เชียงใหม่ เพราะมีกิจที่ต้องไปวัดสันพระเจ้าแดงในวันรุ่งขึ้น

            ก่อนที่จะไปวัดสันพระเจ้าแดง คุณสุทรรศน์ คลังกำแหงเดช ปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลาง ได้พาไปดูไม้แกะที่บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง ถนนเชียงใหม่ - สันป่าตอง ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง บ้านหลังนี้มีไม้แกะฝีมือปราณีตมากมาย เป็นงานสร้างสรรค์และอนุรักษ์ศิลปะหัตถกรรมล้านนาที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้ ในส่วนของงานขายไม้แกะตุ๊กตาไทย กินรี ตัวละครในวรรณคดีไทย ขนาดใกล้เคียงกับพระบูชาหน้าตัก ๙ นิ้ว รวมทั้งรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ผู้เป็นอมตะ อาทิ ครูบาเจ้าศรีวิชัย, หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต, หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี), เป็นไม้แกะสลักที่สวยงามอย่างยิ่ง สนนราคาที่ทางร้านตั้งไว้ ต้องว่ากันที่หลักหมื่นขึ้นไป งานขนาดใหญ่หลายชิ้นก็ต้องว่ากันที่หลักแสนขึ้นไป หากมีกำลังเงินและสถานที่เพียงพอ ศิลปะหัตถกรรมเหล่านี้ เป็นที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง สำหรับงานแกะสลักที่วิจิตรพิสดารและมีเพียงชิ้นเดียว คุณชรวย ณ สุนทรา ได้จัดวางไว้เต็มบ้านและเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันพฤหัสบดี - อังคาร ตั้งแต่เวลา ๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. วันพุธปิด ถ้าไม่มีโอกาสขึ้นไปดูที่เชียงใหม่ อาจารย์ชรวย ณ สุนทร จะนำมาเปิดแสดงในงานเมดอินไทยแลนด์ ที่เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ ๖ - ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

             การเดินทางไปกราบนมัสการครูบากฤษดา สุเมโธ วัดสันพระเจ้าแดง ครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมาย ๒ เรื่องคือ ไปรับพระพุทธกวักแสนล้านที่ท่านมอบหมายให้คุณไพบูลย์ ลิปนะสุคนธ์ และผู้เขียนดำเนินการจัดสร้างมาวางจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร และหารือกับท่านในเรื่องการเตรียมงานทอดกฐินสามัคคีประจำปี ๒๕๔๓ ที่กำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ ว่ากันตามจริง พระพุทธกวักแสนล้านและพระกริ่งโพธิสัตว์ทันใจเป็นพระเครื่องเนื้อโลหะที่ท่านตั้งใจทำเป็นพิเศษ เริ่มจากพระพุทธกวักแสนล้าน เมื่อพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูบากฤษดา สุเมโธ ได้นำพระไปแช่ในน้ำมนต์สามวัน จากนั้นได้อุดผงจินดามณีด้วยมือของท่านเองทุกองค์ แล้วอธิษฐานจิตฯ เดี่ยวเรื่อยมาจนถึงวันเสาร์ที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ รวม ๑๑ วัน พระพุทธกวักแสนล้านชุดนี้ มีพลานุภาพเด่นทางด้านโชคลาภ เล็ก ศรีนคร เล่าให้ฟังว่า มีลูกศิษย์ของครูบากฤษดา สุเมโธ คนหนึ่งตั้งใจจะขึ้นไปหานางกวักมาบูชา กลางคืนได้ฝันว่าท่านมาหาและพูดว่าไม่ต้องขึ้นไปให้เสียเวลา นำพระพุทธกวักไปบูชาดีกว่า เมื่อได้มาแล้ว ได้อธิษฐานขอให้ถูกหวย ปรากฏว่าในงวดวันที่ ๑ กันยายน ที่ผ่านมา ถูกทั้งบนและล่างไปหลายหมื่น ส่วนพระกริ่งโพธิสัตว์ทันใจ เป็นพระเครื่องอีกชุดหนึ่งที่ครูบากฤษดา สุเมโธ หาชนวนและแผ่นยันต์มาเป็นส่วนผสมในการสร้างมากที่สุด และได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์มาร่วมในพิธีพุทธาภิเษกด้วยตัวของท่านเอง พระกริ่งเนื้อนวโลหะและพระกริ่งเนื้อทองผสมแบบหล่อโบราณจึงเป็นพระดีอีกชุดหนึ่งที่นักนิยมพระเครื่องไม่ควรพลาด

            การเที่ยววัดไหว้พระในฉบับนี้ มีเรื่องแฉลบออกนอกวัดไปบ้าง แต่ก็มีจุดมุ่งหมายที่จะสื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพ แนวคิดและข้อเท็จจริงบางประการที่เป็นส่วนดีของสังคม ส่วนดีที่ทำให้ปนะเทศของเรามีคุณและอยู่รอดมาถึงวันนี้

๑ บทความเก่าจากนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๓ หน้า ๓๐ - ๓๒ และ ๕๓ - ๕๕


บทความที่เกี่ยวข้อง
ปกบทความหลวงปู่ห้วย เขมจารี ตอน ๒
ชีวประวัติพระราชญาณโสภณ วิ. (จรัส เขมจารี) หรือ "หลวงปู่ห้วย" วัดประชารังสรรค์ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ
4 พ.ย. 2024
หน้าปกบทความหลวงปู่ห้วย เขมจารี
ชีวประวัติพระราชญาณโสภณ วิ. (จรัส เขมจารี) หรือ "หลวงปู่ห้วย" วัดประชารังสรรค์ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสารพระครื่องพระเกจิ
3 พ.ย. 2024
ภาพปกพระผงรูปเหมือนหลวงพระมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ
บทความเก่าว่าด้วยประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับพระผงรูปเหมือนพระมหาโพธิ์ ญาณสํวโร วัดคลองมอญ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท จากนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ฉบับที่ ๒๙๓
19 มี.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy