พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา รุ่นกาญจนาภิเษก เสาร์ห้า ปี ๒๕๓๙

พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา รุ่นกาญจนาภิเษก เสาร์ ๕ ปี ๒๕๓๙
โดย... ชายนำ ภาววิมล ...
ในบรรดาพระเครื่องทั้งหลายทั้งปวง “พระสมเด็จจิตรลดา” เป็นพระเครื่องชุดสำคัญยิ่งที่พสกนิกรชาวไทยฝันใฝ่และปรารถนาที่จักน้อมนำมาสักการบูชามากที่สุด ด้วยเป็นพระพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงกดแม่พิมพ์ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ท่านและทรงพระราชทานให้ กับบุคคลที่ประกอบคุณงามความดีในระดับที่เหนือกว่าการกระทำความดีที่ปรากฏโดยทั่วไป ด้านหลังองค์พระทรงปิดทองเพื่อเป็นปริศนาธรรมที่สื่อให้เห็นพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระองค์ท่าน “..จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร..” อันเป็นสารัตถะสำคัญยิ่งที่ปรากฏในเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” หากพิจารณาด้านคุณค่าทางพุทธศิลป์ พระสมเด็จจิตรลดาจัดเป็นพุทธประณีตศิลป์ (Fine Arts) แห่งองค์ธรรมิกราช เป็นพุทธประณีตศิลป์ยุครัตนโกสินทร์ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากพระพิมพ์ทั่วไป ทั้งเป็นต้นแบบในการรังสรรค์พุทธศิลป์ที่เกี่ยวเนื่องกับวาระสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรอาทิ พระราชพิธีกาญจนภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๙
พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาเป็นหนึ่งในสามตระกูลพระพิมพ์ที่ถือกำเนิดในสมัยรัตนโกสินทร์ พระพิมพ์ ๓ ตระกูล ประกอบด้วย พระพิมพ์สมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม, พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา, พระพิมพ์หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ พระเครื่องหรือพระพิมพ์ทั้ง ๓ ตระกูลนี้ เป็นพุทธศิลป์ต้นแบบที่วัด หน่วยงาน องค์กรสาธารณกุศล นำไปปรับใช้รังสรรค์พุทธศิลป์ที่มีจุดมุ่งหมายในการหาปัจจัยสร้างถาวรวัตถุ ดำเนินกิจการทางพระพุทธศาสนา และ/หรือ สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ จึงมิใช่เรื่องแปลกที่นักนิยมพระเครื่องยุคหลังปี ๒๕๒๐ เห็นพระพิมพ์ทั้งที่ลอกเลียนแบบและล้อศิลปะพระพิมพ์ทั้งสามตระกูลเป็นจำนวนมาก ข้อดีคือ มีพระให้เล่นหาและเก็บสะสมเป็นจำนวนมาก แต่ข้อจำกัดคงไม่พ้นประเด็นที่ว่าควรเก็บพระชุดนั้นดี
ความเป็นไปได้ที่นักนิยมพระเครื่องยุคปัจจุบันจะได้พระพิมพ์ประเภทของแท้ดั้งเดิมทั้งสามตระกูลที่วงการยอมรับและจัดอันดับให้เป็นที่สุดของพระเครื่องยอดนิยมนั้น คงมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่าย ๆ ฟลุ๊คไม่มี หากไม่มีบุญวาสนาเหนือปุถุชนคนธรรมดา ความเป็นไปได้น่าจะน้อยกว่าหนึ่งในล้าน แต่ถ้ารักจักเล่นหาและเก็บสะสมพระพิมพ์ตระกูลใดตระกูลหนึ่งใน ๓ ตระกูลนี้ ยังคงมีพระพิมพ์ชุดต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การเล่นหาและเก็บสะสมไม่น้อยเช่นกัน ข้อสำคัญคือ มีเกณฑ์ใดที่ควรหยิบยกมาใช้เป็นหลักคิดในการพิจารณาเลือกเก็บ แม้ว่ามีคำตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า “แล้วแต่ใจชอบ” ก็จริง..ครับ แต่อย่างน้อยที่สุด การมีหลักคิดในการพิจารณา ช่วยให้เรามีทิศทางที่ชัดเจน ไม่สะเปะสะปะ ไม่ฟังนิยายปรัมปราจนเก็บมั่วไปหมด ใครพูดอะไรเชื่อไปตามนั้น ควักกระเป๋าอย่างเดียว ไม่มีจุดสิ้นสุด
เกณฑ์ที่เป็นหลักคิดสำคัญในการพิจารณาเลือกเก็บสะสมพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาเป็นเกณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่าพระพิมพ์อื่นอีกสองตระกูล ทั้งเป็นเกณฑ์ที่บีบ/จำกัดขอบเขตการเล่นหาและเก็บสะสมให้มีปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป เกณฑ์พื้นฐานในการพิจารณา ประกอบด้วย
๑) ลักษณะพิมพ์ทรง เป็นพุทธศิลป์ในกรอบพิมพ์แบบสามเหลี่ยหน้าจั่ว องค์พระปฏิมาประทับนั่งบนฐานบัวสองชั้น ในชั้นแรก องค์พระปฏิมามีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ต่อมา มีการนำพระพุทธรูปปางมารวิชัยหรือพระพุทธนวราชบพิตรมาแทนพระพุทธรูปปางสมาธิในบางวาระ ลักษณะพุทธศิลป์ที่สำคัญของพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาคือ องค์พระสูงชะลูด แลอ่อนช้อยแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งบึกบึน ฐานบัวเป็นได้ทั้งบัวตูมและบัวบาน
๒) ต้องเป็นพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาที่ได้รับพระบรมราชานุญาตอย่างถูกต้องและจัดสร้างในวาระสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร
๓) มีมวลสารอันเป็นส่วนผสมของผงจิตรลดาหรือผงพระเก่าที่มีส่วนผสมของมวลสารผงจิตรลดา
๔) ด้านหลังองค์พระประทับด้วยพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ท่าน
พระพิมพ์ตระกูลสมเด็จจิตรลดาในชั้นหลังที่พสกนิกรชาวไทยคุ้นเคยและมีไว้สักการบูชามากที่สุด คงไม่มีวาระใดที่มีจำนวนรุ่นและปริมาณการสร้างมากไปกว่าพระพิมพ์ที่จัดสร้างขึ้นในวโรกาสมหามงคลกาญจนาภิเษก เฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรทรงเสวยสิริราชย์สมบัติครองราชย์ครบ ๕๐ ปี
พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา รุ่นกาญจนภิเษก เสาร์ห้า ปี ๒๕๓๙ พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดารุ่นนี้เป็นหนึ่งในตระกูลพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาที่จัดสร้างขึ้นโดยวัดอัมพุวราราม เลขที่ ๑ หมู่ ๕ ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปี ๒๕๓๘ อันเป็นสมัยที่พระครูวิสุทธิกัลยาณคุณ (เสริม สุกฺกธมฺโม) เป็นเจ้าอาวาส การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ ท่านด่วนละสังขารไปก่อน พระครูปลัดสมชาย กิตฺติสาโร (ชาตะ ๒๕๐๕, อุปสมบท ๒๕๒๕. สิริอายุ ๖๔ ปี พรรษา ๔๔. ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น“พระครูวิสุทธกิตติคุณ”) เจ้าอาวาสรูปต่อมาได้สานงานต่อจนแล้วเสร็จ จุดมุ่งหมายหลัก ๒ ประการ คือ เพื่อเป็นที่ระลึกในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกฯ และหาปัจจัยสมทบทุนสร้างอุโบสถวัดอัมพุวราราม นอกจากพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาซึ่งเป็นพระเครื่องชุดสำคัญที่จัดสร้างในวโรกาสนี้แล้ว ยังมีพระเครื่องและวัตถุมงคลที่ทางวัดอัมพุวรารามจัดสร้างขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ พระชุดพระพุทธรูปสำคัญเนื้อผง, พระชุดพระเกจิอาจารย์สำคัญ เนื้อผง, บาตรน้ำมนต์. เมื่ออุโบสถวัดอัมพุวรารามก่อสร้างแล้วเสร็จ อุโบสถหลังนี้ได้ชื่อว่าเป็นอุโบสถที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาที่มีคนเดินทางไปเที่ยววัดไหว้พระเป็นจำนวนมาก
ลักษณะ ด้านหน้าเป็นพระพุทธปฏิมาปางสมาธิแบบนั่งราบ ประทับนั่งบนฐานบัวหงาย ๒ ชั้น เหนือฐานบัวเป็นเส้นไข่ปลาเม็ดเล็กๆ หนึ่งเส้น ด้านหลังประทับด้วยตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก พร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างคือ “สร้างอุโบสถ”
ขนาด ฐานกว้าง ๒.๐๐ เซนติเมตร สูง ๓.๐๐ เซนติเมตร หนา ๐.๖๕ เซนติเมตร
เนื้อหามวลสาร ใบปลิววัดอัมพุวรารามระบุข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหามวลสารที่ใช้ในการจัดสร้างพระรุ่นนี้ ว่าประกอบด้วยมวลสารผงสำคัญและผงพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนี้
๑) ผงพระเก่าที่มีส่วนผสมของผงจิตรลดา ผงพระไพรีพินาศ, ผงพระศาสดา, ผงพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา รุ่นโครงการหลวง.
๒) ข้าวสารหิน จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
๓) ผงมวลสารวัดระฆังโฆสิตาราม ประกอบด้วย ผงพระสมเด็จปิลันท์, รุ่นเสาร์ห้า, รุ่น ๑๐๐ ปี, รุ่น ๑๑๘ ปี, รุ่น ๑๒๒ ปี, รุ่นกาญจนาภิเษก.
๔) ผงมวลสารวัดไชโย ประกอบด้วย ผงพระสมเด็จเกศไชโย รุ่นสร้างเขื่อน, รุ่นประวัติศาสตร์, รุ่นทำน้ำมนต์.
๕) ผงมวลสารวัดปากน้ำ ประกอบด้วย ผงพระวัดปากน้ำรุ่น ๔, รุ่น ๕, รุ่น ๖, รุ่น ๗, รุ่น๑๐๐ ปี.
๖) ผงมวลสารจากวัดและพระพุทธรูปสำคัญ ประกอบด้วย พระแก้วมรกต, หลวงพ่อโสธร, หลวงพ่อวัดไร่ขิง, หลวงพ่อวัดบ้านแหลม, หลวงพ่อวัดเขาตะเครา, พระพุทธชินราช, วัดไตรมิตร, วัดศรีสุดา, วัดจุฬามณี, วัดพนัญเชิง,หลวงพ่อมงคลบพิตร, วัดหน้าพระเมรุ, วัดพระธาตุพนม, วัดช้างไห้, วัดเจดีย์หลวง, วัดพระธาตุดอยตุง, พระธาตุดอยอินทนนท์.
๗) ผงมวลสารพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ประกอบด้วย หลวงพ่อเกษม เขมโก (๒๔๕๕, ๒๔๗๕, ๒๕๓๘. สิริอายุ ๘๓ ปี พรรษา ๖๔.) สุสานไตรลักษณ์ อ.เมือง จ.ลำปาง, พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ: ๒๔๖๖, ๒๔๘๗, ๒๕๕๘. สิริอายุ ๙๑ ปี พรรษา ๗๑.) วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา, พระธรรมมุนี (แพ เขมํกโร ป.ธ.๔: ๒๔๔๘, ๒๔๖๙, ๒๕๔๒. สิริอายุ ๙๔ ปี พรรษา ๗๓) วัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี, พระราชอุดมมงคล (อุตตมะ อุตฺตมรมฺโภ: ๒๔๕๓, ๒๔๗๒, ๒๕๔๙. สิริอายุ ๙๗ ปี พรรษา ๗๗) วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี, พระอุดมประชานาถ (เปิ่น ฐิตคุโณ: ๒๔๖๖, ๒๔๙๑, ๒๕๔๕ สิริอายุ ๗๘ ปี พรรษา ๕๓) วัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม.
๘) เส้นเกศาหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต (๒๔๕๔, ๒๔๘๖, ๒๕๓๙. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๕๓.) วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร.
วรรณะสีผิว
๑) พิมพ์พิเศษ ผิวออกสีเปลือกมังคุด ปรากฏเม็ดมวลสารสีขาวให้เห็นอย่างชัดเจน มากหรือน้อยแตกต่างกันไป และเม็ดมวลสารสีดำขนาดเล็กมาก ยากที่จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
๒) พิมพ์ธรรมดา ผิวออกสีดำด้าน มีเม็ดมวลสารสีขาวเม็ดเล็กๆ ปรากฏให้เป็นประปราย

จำนวนการสร้าง พิมพ์พิเศษ ๕๐๐๐ องค์, พิมพ์ธรรมดาสีดำ ยังไม่พบพยานเอกสารใดที่ระบุจำนวนการสร้างที่ชัดเจน
พิธีกรรม นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ๒ ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.๕: ๒๔๗๑, ๒๔๙๒, ๒๕๕๖. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๔.) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานจุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์ ๑๐๘ รูปร่วมอธิษฐานจิตแผ่เมตตา ครั้งที่ ๒ ที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ในวันเสาร์ที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน ป.ธ.๙: ๒๔๕๖, ๒๔๗๖, ๒๕๕๖. สิริอายุ ๑๐๐ ปี พรรษา ๘๐.) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ทรงเป็นประธานจุดเทียนชัย, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร ป.ธ.๙: ๒๔๖๖, ๒๔๘๗,๒๕๕๔. สิริอายุ ๘๘ ปี พรรษา ๖๗.) วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร / พระพิธีธรรม เจริญพระพุทธมนต์ พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมอธิษฐานจิตแผ่เมตตา ประกอบด้วย หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ วัดบางพระ,พระครูสังวรสมณกิจ (ทิม อตฺตสนฺโต: ๒๔๕๖,๒๔๙๑, ๒๕๕๒. สิริอายุ ๙๖ ปี พรรษา ๖๑) วัดพระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา, พระราชพิพัฒน์โกศล (โกศล มหาวีโร: ๒๔๙๓,๒๕๑๓. ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ “พระพรหมวชิรคุณาธาร” สิริอายุ ๗๖ ปี พรรษา๕๖ ) วัดศรีสุดารามวรวิหาร ฯลฯ
ค่านิยมในการเล่นหา เมื่อเทียบกับพระพิมพ์ตระกูลสมเด็จจิตรลดารุ่นอื่น ๆ พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา รุ่นกาญจนภิเษก เสาร์ห้า สร้างอุโบสถวัดอัมพุวราราม มีค่านิยมในการเล่นหาและเก็บสะสมด้อยกว่าพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาที่จัดสร้างขึ้นโดยวัดบวรนิเวศราชวรวิหารและองค์กรอื่น ๆ ส่วนหนึ่งมาจากการวางสถานะ (Position) ของพระเครื่องที่ออกจากวัดอัมพุวราราม ให้เป็นของที่ระลึกในลักษณะพระชุดที่มีจำนวนการสร้างแต่ละครั้งแต่ละรุ่นราว ๘๔,๐๐๐ ชุด ทั้งกำหนดราคาเช่าบูชาจากทางวัดต่ำมาก เป็นเหตุให้พระเครื่องวัดอัมพุวรารามมีค่านิยมในการเล่นหาและเก็บสะสมไม่สูงเหมือนพระเครื่องของวัดอื่น ๆ
ในราวปี ๒๕๔๘ - ๙ ผู้เรียบเรียงมีโอกาสเดินทางไปร่วมทำบุญทอดผ้าป่าที่วัดอัมพุวรารามกับ รศ.ดร.อิสระ สุวรรณบล ผู้อำนวยการสถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ(สปร.) การทอดผ้าป่าฯ ครั้งนั้น ผู้เรียบเรียงร่วมทำบุญฯ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาท) เนื่องจาก รศ.ดร. อิสระ สุวรรณบล เป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ที่ผู้เรียบเรียงให้ความเคารพนับถือ ทั้งมีงานโครงการที่ทำในนาม“สปร.” หลายโครงการ เลยได้พระเครื่องวัดอัมพุวรารามหลายรายการ อาทิ พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาเนื้อพิเศษ สีเปลือกมังคุด (ไม่แน่ใจว่าเป็นชุดเดียวกับที่ทางวัดนำมาปิดแผ่นทองคำตอกโค้ดตัวอุและหมายเลขกำกับ พร้อมเลี่ยมทองเพื่อสมนาคุณแก่ผู้ที่ร่วมทำบุญตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาทขึ้นไปหรือไม่), พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาเนื้อธรรมดาสีดำ, พระจตุคามรามเทพ. พร้อมทั้งข้อมูลส่วนหนึ่งที่นำมาเขียนบทความนี้


