พระขุนแผนผงยาจินดามณีและกุมารมีสุข หลวงปู่สุข สุขเปโม
อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม

พระขุนแผนผงยาจินดามณี/กุมารมีสุข หลวงปู่สุข สุขเปโม วัดป่าหวาย๑
โดย... ชายนำ ภาววิมล ...
กระแสความนิยมในพระเครื่องและวัตถุมงคลทุกวันนี้ ต้องว่ากันที่ความสวยเป็นลำดับแรก พระชุดใดที่ไม่งดงามตามแบบสมัยนิยมโดยเฉพาะเหรียญปั๊มด้วยแล้ว หากไม่สวยขั้นเทพบรรจงสร้างจริง ๆ โอกาสเข้าตากรรมการ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย.. แต่ทุกอย่างก็มีข้อยกเว้นเสมอ วัตถุมงคลบางอย่าง ความสวยงามมิใช่ตัวกำหนดว่าวัตถุมงคลนั้นมีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพ เพราะวัสดุหลักที่นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้าง มีข้อจำกัดด้านการกดพิมพ์พระให้สวยกิ๊บแบบสมัยนิยม อาทิ พระผงยาจินดามณี คุณค่าของผงยาจินดามณี มิได้อยู่ที่มีความละเอียดมากพอจักทำให้พระมีความคมชัด เก็บรายละเอียดได้ดีเหมือนเหรียญปั๊มหรือพระเนื้อผงสมัยใหม่ คุณค่าของยาจินดามณีอยู่ที่สรรพคุณของตัวยาซึ่งมีขั้นตอนการบดและผสมตัวยาที่สลับซับซ้อน คนปรุงยาจินดามณีได้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับยาไทยแผนโบราณเป็นอย่างดี มิใช่หาอ่านจากตำราเล่มใดเล่มหนึ่งแล้วใช้เงินจำนวนมากไปเจียดยา สั่งให้ร้านขายยาแผนโบราณปรุงยาตามต้องการ เพราะเหตุใด ชื่อยาก็บอกตรง ๆ ว่า“ยาจินดามณี”หรือ“ยาวาสนา” ชื่อยานี้ไปพ้องกับคัมภีร์พระเวทย์โบราณของพระเกจิอาจารย์แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา – นครชัยศรี ผู้ที่ไม่เคยศึกษาเรียนรู้ยาแผนไทย พระเวทย์วิทยาคมอย่างลึกซึ้งและแตกฉาน ย่อมยากจักเข้าถึงแก่นแท้ของพระผงยาจินดามณีได้อย่างแท้จริง แค่ลูกอมจินดามณีก็ยากแล้ว พระผงยาจินดามณียิ่งยากกว่านั้นหลายขั้น ลำดับก่อนหลังในการผสมยาแต่ละตัวก็มีผลต่อฤทธิ์ของยาจินดามณี เรื่องเช่นนี้ หมอยาเท่านั้นที่เข้าใจ พระผงยาจินดามณีมีพระคาถาและบทเสกที่แตกต่างจากพระเครื่องทั่ว ๆ ไป หากมิได้เป็นไปตามข้อกำหนดในการสร้างพระผงยาจินดามณี ต่อให้งามเพียงใด ก็เป็นเพียงพระผงว่านยาชนิดหนึ่งเท่านั้น
หลังน้ำท่วมใหญ่ ปี ๒๕๕๔ การทรุดตัวและชำรุดเสียหายของอุโบสถและถาวรวัตถุของวัดต่าง ๆ ในแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่จำเป็นต้องซ่อมแซมโดยเร่งด่วน ก่อนที่ความเสียหายจะขยายตัวไปมาก กว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ กรณีวัดหลวง เชื่อว่าน่าจะได้รับการดูแลจากหน่วยงานภาครัฐดีกว่าวัดราษฎร์ทั่วไป การบูรณะซ่อมแซมอุโบสถและถาวรวัตถุเป็นภารกิจสำคัญยิ่งของสมภารเจ้าวัดทุกรูป เพราะอุโบสถแต่ละแห่งนอกจากเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมที่ภาษาทางวิชาการเรียกว่า“ศิลปะชาวบ้าน (Folk Art)” ดั่งเช่น วัดป่าหวาย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโรงช้าง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในอดีตวัดป่าหวายตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่อเดิมว่า“วัดคงคาเดือด” มีอดีตเจ้าอาวาสที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณโด่งดังมากคือ “พระครูพรหมนครบวรราชมุนีชินสีห์สังฆปาโมกข์ (ศุข พรหฺมรํสี: ๒๓๗๔, ๒๓๙๔, ๒๔๖๕. สิริอายุ ๙๑ ปี พรรษา ๗๑.)” เจ้าคณะแขวงพรหมบุรี (เทียบได้กับเจ้าคณะจังหวัดในปัจจุบัน) พระเถระผู้ใหญ่ที่ได้รับนิมนต์ไปเจริญพระพุทธมนต์ในงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี ๒๔๕๑ (รศ. ๑๒๖) อันเป็นปีที่ทรงครองราชย์นานกว่าบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ และได้รับตาลปัตรนารายณ์ทรงครุฑยุคนาค ตาลปัตรนี้ออกแบบทูลเกล้าถวายโดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ฯ เล่าสืบต่อกันมาว่าพระครูพรหมนครบวรราชมุนีฯ เป็นยอดพระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในพระเวทย์วิทยาคมแบบหาตามจับยาก อักขระเลขยันต์ที่หลวงปู่ศุข ชลประทาน ใช้เป็นประจำคือ “ตัวอัง” (สืบทอดมายังหลวงปู่สุข สุขเปโม อดีตเจ้าอาวาสในช่วงปี ๒๕๐๗ - ๒๕๖๔) เบี้ยแก้ ฯลฯ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ศุข ชลประทาน รุ่นแรก เป็นเหรียญสำคัญที่พระมงคลทิพมุนี (มุ้ย ปณฺฑิโต: ๒๔๐๕, ๒๔๒๕, ๒๔๗๔. สิริอายุ ๗๐ ปี พรรษา ๕๐.)๒ วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร สร้างถวายจำนวน ๕๐๐ เหรียญ ในปี ๒๔๖๕ ปัจจุบันเป็นเหรียญยอดนิยมที่พื้นที่มีคนเล่นหากันไม่น้อยกว่าสามแสนบาท
ต่อมา น้ำเซาะตลิ่งวัดคงคาเดือดลึกเข้ามาเรื่อย ๆ ทางวัดจึงย้ายมาอยู่ที่บริเวณวัดป่าหวายในทุกวันนี้ วัดป่าหวายในยุคสมัยของพระครูสุขกิจบรรหาร (สุข สุขเปโม: ๒๔๗๒, ๒๔๙๒, ๒๕๖๔. สิริอายุ ๙๒ ปี พรรษา ๗๒) เจ้าอาวาสในขณะนั้น มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยพอควรกับสถานะของวัดในชุมชนท้องถิ่นของอำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดสิงห์บุรี ครั้งแรกที่เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่สุข สุขเปโม มีเวลาในการพิจารณาและสำรวจบริเวณวัดไม่มากนัก ความคิดขณะนั้น พะวงอยู่กับการหาจุดเด่นที่มีพลังในการพัฒนาวัดป่าหวายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาในรัศมี ๒๐๐ กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร ประสบการณ์ทำงานด้านการนำความเชื่อและศิลปะชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว มีความรู้สึกลึก ๆ ว่าวัดป่าหวายเป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาพอสมควร หลวงพ่อสุข สุขเปโม มีคุณสมบัติมากเกินพอที่ก้าวไปเป็นยอดพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าได้ไม่ยากนัก ตอนนั้นคิดได้เพียงแค่นี้ ไม่มีจังหวะเข้าไปดูอุโบสถเพราะเย็นมากแล้ว ต้องรีบกลับกรุงเทพมหานคร ประสบการณ์หนึ่งที่อดเล่ามิได้คือ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร คุณไกสร หลานชายของหลวงปู่สุข สุขเปโม นำผู้เขียนไปกราบขอพรปู่ฤาษีที่วิหารหน้าอุโบสถ ปู่ฤาษี มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านตำบลโรงช้างและอาณาบริเวณใกล้เคียงเคารพนับถือมาก หลวงปู่สุข สุขเปโม เล่าให้ฟังว่า “ปู่ฤาษีเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ศุข ชลประทาน, หลวงปู่ศุข ชลประทาน สร้างรูปปั้นปู่ฤาษีนี้และบรรจุตำราทั้งหมดของท่านไว้ในใต้ฐานของปู่ฤาษี” ขณะที่ก้มลงกราบและอธิษฐานขอพรปู่ฤาษี มีอาการประหลาดที่ไม่เคยประสบพบเหตุมาก่อนเลยคือ ขอบตาทั้งสองข้างมีอาการกระตุกโดยรอบ กระตุกเป็นจังหวะเป็นระยะจนอธิษฐานเสร็จและลากลับ อาการนั้นก็หายไป

ย้อนกลับมาที่การสนทนากับหลวงปู่สุข สุขเปโม ช่วงหนึ่งได้ยินคุณมนตรี แก้วพิจิตร ถามหลวงปู่สุข สุขเปโม เรื่องการทำหุ่นพยนต์ หลวงปู่สุข สุขเปโม เล่าว่าท่านศึกษาวิชาการทำหุ่นพยนต์และการทำกุมารทองจากหลวงปู่ศรี อมโร วัดหนองมน ต.บางงา อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี๓ พอได้ยินเรื่องนี้ รู้สึกประหลาดใจมากเพราะก่อนมาปรึกษากับสีหวัชร เรื่องที่คุณมนตรี แก้วพิจิตร ทาบทามให้ช่วยแบ่งเบาภาระด้านการสร้างวัตถุมงคลให้กับหลวงปู่สุข สุขเปโม ว่าหากจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดสร้างวัตถุมงคลให้กับวัดป่าหวาย ควรทำอะไรดี ข้อสรุปมีอยู่แล้วแต่ไม่เคยปริปากบอกใครเลย พอหลวงปู่สุข สุขเปโม เล่าให้ฟังอย่างนี้ เลยถามไปตรง ๆ ว่า “หลวงพ่อ เคยสร้างกุมารทองไหม” ท่านตอบว่า “เคย” เลยขอดูว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร หลวงปู่สุข สุขเปโม สั่งให้คุณไกรสรไปหยิบกล่องใบหนึ่งที่ตั้งอยู่บนกองพระรูปเหมือนบูชาขนาด ๕ นิ้วที่ท่านเพิ่งทำพิธีอธิษฐานจิตฯ ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ทั้งคุณมนตรี แก้วพิจิตร และคุณไกรสร ต่างพูดตรงกันว่าเพิ่งเห็นท่านนำกล่องมาวางในวันนี้ พอเปิดออกดูก็พบผ้ายันต์กุมารทองจำนวนหนึ่ง (ทราบยอดในภายหลังว่ามีเหลือเพียง ๕๖ แผ่น ครั้งสุดท้ายที่ไปหากราบนมัสการท่านในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ เหลือเพียง ๗ ผืน) กุมารทองเป็นหนึ่งสามวัตถุมงคลที่สีหวัชร กับผู้เขียนมีความเห็นร่วมกันว่าหากจำเป็นและพิจารณาเห็นสมควรที่จะเข้าไปช่วยงานฯ ให้ผู้ขียนขออนุญาตหลวงปู่สุข สุขเปโม โดยไม่ต้องมาปรึกษาหารือกันอีก เลยกราบขออนุญาตสร้างวัตถุมงคล ๓ รายการ คือ พระขุนแผน กุมารทอง และตระกรุดอีกจำนวนหนึ่ง หลวงปู่สุข สุขเปโม ตอบด้วยความเมตตาว่า “เอาเลย..”
เรื่องที่ขอพรกับปู่ฤาษีคือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระเรื่องการสร้างวัตถุมงคลถวายวัดป่าหวาย นิมิตที่ประสบพบเหตุในวันนั้น ทั้งคุณมนตรี แก้วพิจิตร และสีหวัชร เจ้าของคอลัมน์อักขระเลขยันต์ในนิตยสารพระเกจิ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปู่ฤาษีท่านรับรู้เรื่องพรที่ขอแล้ว ในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับผ้ายันต์กุมารทองหลวงปู่สุข สุขเปโม จากคำบอกเล่าของหลวงปู่สุข สุขเปโม และคุณไกรสร สรุปประเด็นได้ว่าเป็นผ้ายันต์ที่มีอายุการสร้างนานพอสมควร วิธีการพิมพ์ผ้ายันต์ทำโดยการใช้บล็อกปั๊มแบบโบราณ ปัจจุบันไม่มีการพิมพ์แบบนี้แล้ว และใช้บล็อกตัวเดียวกับที่ใช้พิมพ์ผ้ายันต์กุมารทองหลวงปู่ศรี อมโร วัดหนองมน ต่างกันที่หลวงปู่ศรี อมโร พิมพ์ด้วยหมึกสีดำ หลวงปู่สุข สุขเปโม พิมพ์ด้วยหมึกสีน้ำเงินและปั๊มตราวัดด้วยหมึกแดง ผ้ายันต์กุมารทองหลวงปู่ศรี อมโร และหลวงปู่สุข สุขเปโม มีสรรพคุณด้านการคุ้มครองป้องกันและปกปักรักษาบ้านเรือนจากภยันตรายต่างๆ มีประสบการณ์มาก คนที่ได้ไปต่างก็หวงแหน ไม่ยอมให้ใครง่าย ๆ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนนำผ้ายันต์กุมารทองมาถ่ายรูปเพื่อประกอบเรื่อง เริ่มจากการถ่ายภาพพระเครื่องอื่น ๆ ไปจนครบ แล้วหันมาหาผ้ายันต์กุมารทอง มองหาตั้งนานก็ไม่พบ มองไปที่พื้นก็ไม่มีเลยตัดสินใจเดินวนรอบโต๊ะไปยืนในอีกมุมหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจุดที่ยืนถ่ายรูป คราวนี้ เห็นถุงใส่ผ้ายันต์กุมารทองและแผ่นยันต์ที่หลวงปู่สุข สุขเปโม จารให้ไปสร้างกุมารทองเนื้อโลหะ อยู่ทางด้านซ้ายมือของจุดที่ยืนถ่ายรูป เล่าให้หลวงปู่สุข สุขเปโม ฟัง ท่านพูดรอยยิ้มว่า “เล่นจ๊ะเอ๋..มั้ง”

อีกเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณมนตรี แก้วพิจิตร ขณะที่กำลังเขียนบทความนี้ คุณมนตรี แก้วพิจิตร โทรมาคุยกันหลายเรื่อง ตอนหนึ่ง คุณมนตรี แก้วพิจิตร บอกว่าหลังจากที่ได้รับผ้ายันต์กุมารทองจากหลวงปู่สุข สุขเปโม ก็นำไปไว้หัวเตียง เอนตัวลงนอนเผลอหลับไป ฝันไปว่าอุ้มกุมารตัวขาวน่ารักไว้ผมจุก เลยสัพยอกไปว่า “อย่าไปเล่าให้ซ้อฟังนะ เดี๋ยวซ้อจะหาว่าไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหน แล้วเก็บมาฝัน” สิ่งที่ผู้เขียนกับคุณมนตรี แก้วพิจิตร ประสบพบเห็นด้วยตนเองผนวกกับความเห็นของสีหวัชรที่อ่านอักขระต่างๆ แบบยันต์กุมารทอง เป็นนิมิตที่ทำให้เชื่อสนิทใจว่าหลวงปู่สุข สุขเปโม มีวิชาและสามารถทำกุมาทองได้จริง การที่หลวงปู่สุข สุขเปโม ตระเตรียมผ้ายันต์กุมารทองไว้รอผู้เขียนคงไม่ใช่เหตุบังเอิญ ท่านคงทราบด้วยญาณว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องสร้างกุมารทองเพื่อหาปัจจัยสมทุบทุนบูรณะอุโบสถที่ชำรุดทรุดโทรมจนเอียงไปข้างหนึ่งและส่วนบนของพระอุโบสถปริแยกออกจากกัน หากไม่ซ่อมแซมโดยเร็วอาจพังทลายลงมาและเสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ กุมารทองที่สร้างในวาระนี้ เป็นกุมารทองแบบนั่งลอยองค์เนื้อโลหะผสมยันต์ตามตำรับในการสร้างกุมารทองสายหลวงปู่ศรี อมโร หลวงปู่สุข สุขเปโม จารแผ่นยันต์ ๕ แผ่น (จารในพิธีผสมยาจินดามณีและกดพิมพ์พระขุนแผนผงยาจินดามณีเป็นปฐมฤกษ์) และแผ่นยันต์สำหรับสร้างกุมารทองตามตำรับตำราที่มีมาแต่โบราณกาล (จารโดยสีหวัชร หลวงปู่สุข สุขเปโม ทำพิธีอธิษฐานจิตฯ แผ่นยันต์และมวลสารบรรจุใต้ฐานวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗) ก้นอุดผงอิทธิเจและว่านกุมารทอง ขนาดพกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก กำหนดพิธีเททองวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ สีหวัชรทำพิธีบวงสรวง
วัตถุมงคลหลักที่จัดสร้างในวาระนี้ ได้แก่ “พระขุนแผนผงยาจินดามณี” จำนวนการสร้างประมาณ ๑,๐๐๐ องค์ ผู้ที่ทำพิธีผสมและปรุงยาจินดามณีที่นำมาใช้ในการสร้างพระขุนแผนรุ่นนี้ คือ สีหวัชร ศิษย์ฆราวาสของหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว (๒๔๕๖, ๒๔๗๙, ๒๕๓๔. สิริอายุ ๗๘ ปี พรรษา๕๕.) วัดขนอนเหนือ, พระครูหนูหรือที่วงการพระเครื่องรู้จักกันในนาม“อาจารย์นิรันดร์ แดงวิจิตร (๒๔๕๓, ดำรงสมณเพศ ๒๔๗๓ - ๒๔๘๙, สิ้นชีพ ๒๕๕๓. สิริอายุ ๑๐๐ ปี)” ปรมาจารย์ด้านการสร้างพระกริ่งซึ่งได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว ป.ธ.๕: ๒๓๙๙, ๒๔๑๙, ๒๔๘๗. พระชนมายุ ๘๘ ปี พรรษา ๖๘) วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร (สีหวัชรเป็นศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่าง ๆ จากอาจารย์นิรันดร์ แดงวิจิตร มากที่สุดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพระพุทธรูปประจำตัวบรรจุยันต์ดวงพิชัยสงคราม การลงยันต์ ๑๐๘ นะ ๑๔ ฯลฯ) สีหวัชรเป็นผู้ที่ศึกษาเรียนรู้ยาจินดามณีทั้งในภาคหมอยาและตำราในการสร้างพระผงยาจินดามณีอย่างลึกซึ้ง มีประสบการณ์ด้านการปรุงยาและสร้างพระผงยาจินดามณีให้กับวัดต่าง ๆ มานานนับสิบปี อาทิ วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา, วัดช้าง จ.นครนายก, วัดทุ่งโป่ง เมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน

พิธีอธิษฐานจิตฯ ผงยาจินดามณีและกดพิมพ์พระขุนแผนเนื้อผงยาจินดามณีเป็นปฐมฤกษ์ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗ (ราชาฤกษ์) หลังจากที่ซักซ้อมรายละเอียด ขั้นตอน วิธีปฏิบัติในการกดพิมพ์พระขุนแผน หลวงปู่สุข สุขเปโม ทำพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยความตั้งใจยิ่ง เริ่มจากเขียนผงลบผงปถมังลงบนถาดผงยาจินดามณีที่สีหวัชรเตรียมมา จารตระกรุดทองคำเพื่อบรรจุองค์พระขุนแผนที่กดพิมพ์เป็นปฐมฤกษ์ จารแผ่นยันต์ ๕ แผ่นเพื่อนำไปใช้ในการเททองหล่อกุมารมีสุข ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สีหวัชรทำพิธีเข้ายาและผสมเนื้อผงยาจินดามณีโดยใช้น้ำมะเขือขื่น (หายากสุด ๆ ยุคสมัยนี้เขาไม่ปลูกกันแล้ว คนที่ปลูกไว้ก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ เลยฟันทิ้งไปจำนวนมาก อีกหน่อยอาจสูญพันธุ์ก็ได้ โดยไม่รู้ว่านี่คือส่วนผสมของยาชั้นดีที่คนโบราณตั้งฉายาให้เป็น“ยาวาสนา”และกินเป็นยาอายุวัฒนะ) น้ำผึ้งร้อยป่า (น้ำผึ้งธรรมชาติที่รวบรวมจากป่าต่างๆ ทั่วประเทศไทย น้ำผึ้งร้อยป่านี้ลูกชายของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่ง มอบให้ผู้เขียนเมื่อครั้งที่จัดสร้างพระจตุคามรามเทพรุ่นมหาเมตตาร่วมกัน) เมื่อผสมยาจินดามณีและนวดจนได้ที่ หลวงปู่สุข สุขเปโม ทำพิธีกดพิมพ์พระขุนแผนเป็นปฐมฤกษ์ ทำพิธีอธิษฐานจิตฯ พระขุนแผนและนางกวักผงยาจินดามณี จากนั้นส่งมอบผงยาที่อธิษฐานจิตฯ เป็นอย่างดีให้สีหวัชรนำไปเป็นหัวเชื้อในการสร้างพระขุนแผนผงยาจินดามณี จำนวน ๑,๐๐๐ องค์
เหตุการณ์วันที่หลวงปู่สุข สุขเปโม ทำพิธีอธิษฐานจิตฯ เนื้อผงยาจินดามณีและกดพิมพ์พระขุนแผนเป็นปฐมฤกษ์ เป็นสิ่งที่ทำให้สีหวัชรและผู้เขียนเชื่อมั่นว่า “หลวงปู่สุข สุขเปโม เป็นพระสุปฏิปันโนที่มีคุณลักษณะของพระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่าง ๆ และสามารถปรับใช้ศาสตร์ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาให้เข้ากับการจัดสร้างวัตถุมงคลที่มีข้อกำหนดและเคล็ดวิชาในการจัดสร้างไว้เป็นการเฉพาะได้อย่างถูกต้อง” บรรยากาศในพิธีฯ และมนต์เสน่ห์ของผงยาจินดามณีเป็นเงื่อนไขสำคัญที่หลวงปู่สุข สุขเปโม อธิษฐานจิตฯ โดยเน้นเมตตามหานิยมเป็นหลัก ซึ่งตรงกับสรรพคุณและอุปเท่ห์ของพระพิมพ์ขุนแผนและผงยาจินดามณีโดยตรง เป็นตัวบ่งชี้ที่ทำให้มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง หากกรรมการวัดป่าหวายมีการบริหารจัดการที่ดี อีกไม่นานเกินรอ ก็มีความเป็นไปได้ที่หลวงปู่สุข สุขเปโม จะก้าวไปสู่การเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าของประเทศได้เช่นกัน

๑ ปรับปรุง/แก้ไขจากบทความเก่าเรื่อง “พระขุนแผนเนื้อผงยาจินดามณีและกุมารมีสุข หลวงปู่สุข สุขเปโม วัดป่าหวาย” นิตยสารพระเครื่องพระเกจิ
๒ ข้อมูลเกี่ยวกับพระมงคลทิพมุนี (มุ้ย ปณฺฑิโต) ที่ปรากฏใน Internet มีข้อมูลไม่ตรงกันในเรื่องปีเกิดของท่าน พิเคราะห์ตามสภาพแวดล้อม “ปี ๒๔๔๐ มีความคาดเคลื่อน ไม่ถูกต้อง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพิมพ์ผิด แล้วอ้างผิดต่อ ๆ กันมา” และปีที่ท่านมรณภาพเป็นปี ๒๔๗๔ ตามปีศักราชเดิม แต่เป็นปี ๒๔๗๕ ในปีศักราชใหม่ที่ใช้ในปัจจุบัน
๓ ไม่สามารถสืบค้นข้อมูล“หลวงปู่ศรี อมโร วัดหนองมน ต.บางงา อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี” จาก internet พบข้อมูลเพียงแค่ท่านเป็นเจ้าอาวาสในห้วงเวลาที่ขุดพบพระรอดกรุหนองมน ในปี ๒๔๙๖
๒ ข้อมูลเกี่ยวกับพระมงคลทิพมุนี (มุ้ย ปณฺฑิโต) ที่ปรากฏใน Internet มีข้อมูลไม่ตรงกันในเรื่องปีเกิดของท่าน พิเคราะห์ตามสภาพแวดล้อม “ปี ๒๔๔๐ มีความคาดเคลื่อน ไม่ถูกต้อง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพิมพ์ผิด แล้วอ้างผิดต่อ ๆ กันมา” และปีที่ท่านมรณภาพเป็นปี ๒๔๗๔ ตามปีศักราชเดิม แต่เป็นปี ๒๔๗๕ ในปีศักราชใหม่ที่ใช้ในปัจจุบัน
๓ ไม่สามารถสืบค้นข้อมูล“หลวงปู่ศรี อมโร วัดหนองมน ต.บางงา อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี” จาก internet พบข้อมูลเพียงแค่ท่านเป็นเจ้าอาวาสในห้วงเวลาที่ขุดพบพระรอดกรุหนองมน ในปี ๒๔๙๖
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความเก่าว่าด้วยความเป็นมาและข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญหลวงพ่อทวี จิตฺตคุตฺโต วัดป่าอรัญญวิเวก (ป่าลัน) รุ่นแรก จากนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ฉบับที่ ๒๘๙
17 พ.ค. 2025
บทความเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาในการดำเนินงานจัดสร้างพระพุทธกลฺยาณมิตฺตตา หลวงปู่เสาร์ห้า ปญฺญาวชิโร สำนักสงฆ์อุดมศรีสุข รุ่นเสาร์ห้า ปี ๒๕๖๗
6 ก.พ. 2025
บทความเก่าจากนิตยสารศูนย์พระเครื่องเรื่องเหรียญพระพุทธอนันตคุณ ปี ๒๕๒๗ เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและข้อมูลของเหรียญฯ
10 ก.พ. 2025


