แชร์

พระสะดุ้งกลับ พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน

อัพเดทล่าสุด: 2 ส.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม
ภาพหน้าปกบทความพระสะดุ้งกลับ_พ่อท่านคล้อย_ฐานธมฺโม
พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน
โดย...ชายนำ ภาววิมล...
 
            เมื่อเอ่ยถึงพระครูใบฎีกาคล้อย ฐานธมฺโม (ชาตะ ๒๔๖๓, อุปสมบท ๒๕๐๔, มรณภาพ ๒๕๓๙. สิริอายุ ๗๖ ปี พรรษา ๓๕.) วัดถ้ำเขาเงิน ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เชื่อว่าสมาชิกและผู้อ่านที่ติดตามนิตยสารพระเครื่องพระเกจิมาตั้งแต่ต้น คงพอระลึกจำได้ว่าพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นยอดพระเกจิอาจารย์สายใต้ที่มีความเชี่ยวชาญในพุทธาคมอย่างหาตัวจับยาก พระสมเด็จสีชมพู (ผงขมิ้นกับปูน) และพระปิดตามหาลาภองค์น้อยหรือที่นักนิยมพระเครื่องเมืองใต้เรียกขานกันโดยทั่วไปว่า “พระปิดตาใต้ดาน” เป็นพระเครื่องยอดนิยมในชุดพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ที่มีสนนราคาเช่าหาในกลุ่มลูกศิษย์นอกพื้นที่สูงที่สุด โดยเฉพาะพระปิดตามหาลาภองค์น้อยเคยมีสนนราคาเช่าหาสูงถึงสองพันกว่า เมื่อสนนราคาเช่าหาสูงขึ้น ก็เป็นไปตามธรรมชาติที่มีเทขายออกมาเป็นจำนวนมาก สนนราคาเช่าหาปรับตัวลดลงไปตามกลไกตลาดจากสองพันกว่าลงมาเหลือพันต้น ๆ หรือหลักร้อย ซ้ำร้าย ยังมีของปลอมออกมาอาละวาดหลอกคนไม่รู้ให้หลงซื้อของเก๊ราคาถูก ของเก๊ที่ออกมาหลอกหลอนมีทั้งเนื้อเหลืองและเนื้อผงดำโดยอ้างว่าเป็นผงยาจินดามณี เมื่อมีการทักท้วง มือขายบางรายก็หยุดเพราะกลัวเสียชื่อ และในช่วงโควิด ๑๙ นักขายหน้าใหม่ที่มีสายป่านไม่ยาวเทขายในราคาต่ำสุด ๆ แบบไม่กลัวขาดทุน ขอให้มีเงินเข้ามาประทังชีวิตให้รอดไปวัน ๆ ก็พอแล้ว (สถานการณ์นี้ เกิดขึ้นกับวัตถุมงคลของพระเกจิอาจารย์ส่วนใหญ่) สถานการณ์ด้านสนนราคาเช่าหาของพระปิดตามหาลาภองค์น้อยหรือพระปิดตาใต้ดานจะเป็นอย่างไรก็ตาม พระปิดตารุ่นนี้ ก็ยังเป็นพระปิดตาที่ศิษย์สายนี้ยอมรับและเชื่อมั่นว่ามีประสบการณ์และพลานุภาพสูงมาก
            หลังจากที่พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ละสังขารไปในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๙ กระแสความนิยมในการเล่นหาสะสมพระเครื่อง/วัตถุมงคลที่จัดสร้างในรูปและนามของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม มีการชะลอตัวไปมากพอสมควร นักนิยมพระเครื่องหน้าใหม่ส่วนหนึ่ง มีความสับสนระหว่างพระเครื่อง/วัตถุมงคลร่วมสมัย ๒ สำนักที่มีชื่อเหมือนกัน คือ พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร กับหลวงพ่อคล้อย อโนโม (๒๔๗๒, ๒๔๙๓, ๒๕๕๗. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๔.) วัดภูเขาทอง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และข้อจำกัดสำคัญประการหนึ่ง คือ คนพื้นที่ที่กระโดดเข้ามาเล่นหาสะสมพระเครื่อง/วัตถุมงคลพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เกือบทั้งหมดเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ทันยุคพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถืออยู่ในมือ ส่งผลให้การเล่นหาสะสมพระเครื่อง/วัตถุมงคลพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นไปตามเสียงเล่าขานที่บอกต่อ ๆ กันมา จากพระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นจอมขมังเวทย์ที่ผู้ไม่รู้จริงปรุงแต่งให้เป็นไปตามจินตนาการที่ผิดเพี้ยนไปตามกาลเวลา ทั้ง ๆ ที่พระเครื่อง/วัตถุมงคลซี่งจัดสร้างในรูปและนามของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม มีมากเพียงพอที่จะเป็นแนวทางในการเล่นหาสะสม โดยเฉพาะหนังสือ “ชีวประวัติและภาพพระเครื่อง หลวงพ่อคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร เกจิอาจารย์ผู้สืบสายพุทธาคมเขาอ้ออันเกรียงไกร” ซึ่งนิตยสารพระเครื่องพระเกจิเป็นผู้จัดพิมพ์ในปี ๒๕๓๙ แม้มิใช่หนังสือที่สมบูรณ์ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีข้อมูลมากเพียงพอสำหรับการศึกษาค้นคว้า และเป็นต้นร่างที่ “ศิษย์พ่อหลวง นำไปปรับปรุงแก้ไข (Rewrite) เพื่อนำเสนอในนิตยสารพระเครื่องหลายฉบับ
            จากข้อมูลดั้งเดิมที่นักนิยมพระเครื่องและศิษย์สายนี้ รับรู้ผ่านการนำเสนอของนิตยสารพระเครื่องหลายฉบับในยุคสมัยที่คณะศิษย์สายกองสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนำชีวประวัติพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม มาเผยแผ่กันอย่างแพร่หลาย ผู้รับข้อมูลข่าวสารและคณะศิษย์สายนี้เอง มีความเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นศิษย์สำนักเขาอ้ออันเกรียงไกร ต่อมาในภายหลัง ผู้เรียบเรียง (เจ้าของนามปากกา “ศิษย์พ่อหลวง”) ได้ศึกษาข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ประกอบกับการวิเคราะห์เชื่อมโยงจากคำบอกเล่าของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม จึงได้ข้อสรุปใหม่ว่า “พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้สร้างตำนานยอดพระเครื่องเมืองหลังสวน” ข้อสังเกตที่เป็นจุดเริ่มต้นในการสืบค้นหาความจริงคือ “หากพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นศิษย์สายตรงของสำนักเขาอ้ออันเกรียงไกรแล้ว ท่านสามารถนั่งปรกในพิธีอธิษฐานจิตแผ่เมตตาพระหลวงพ่อแดง พุทโธ (พิธีเสด็จกลับ) ร่วมกับพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าของสำนักเขาอ้อในยุคสมัยนั้นได้หรือไม่” ข้อเท็จจริงในเพลานั้นคือ พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ไม่รู้จักอาจารย์ชุม ไชยคีรี (ชาตะ ๒๔๕๐, ถึงแก่กรรม ๒๕๒๕. สิริอายุ ๗๕ ปี) มาก่อน การจัดสร้างพระผงรูปเหมือนหลวงพ่อแดง พุทโธ รุ่นเสด็จกลับ ในคราวนั้น ท่านขอให้คุณเบญจางค์ เลขะกุล ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาหลังสวน ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้อ เป็นผู้ไปเชิญอาจารย์ชุม ไชยคีรี มาเป็นเจ้าพิธี ฯ ข้อมูลสนับสนุนที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งคือ การดำเนินงานครั้งนั้น ทางวัดถ้ำเขาเงินไม่มีเงินเลย ต้องไปขอยืมเงินจากนายคล่อง อมรแพทย์ กรรมการวัดมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน มิใช่อาจารย์ชุม ไชยคีรี เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดดังที่นักนิยมพระเครื่องสายใต้บางท่านเข้าใจกัน
            สถานะของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ในขณะนั้น จึงมิใช่ศิษย์สายเขาอ้อแต่ประการใด พ่อหลวงอยู่ในสถานะของเจ้าภาพผู้มีฉากหลังสำคัญ ๒ ประการคือ เป็นพระฐานานุกรมของเจ้าคุณปกาสิตพุทธศาสน์ (บุญชวน เขมาภิรโต: ๒๔๕๐, ๒๔๗๑, ๒๕๓๑. สิริอายุ ๘๐ ปี พรรษา ๖๐. สมณศักดิ์ท้ายสุด“พระราชญาณกวี”) วัดขันเงิน เจ้าคณะจังหวัดชุมพร และเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้สืบสายพุทธาคมเมืองหลังสวน ความโดยสังเขปคือพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ศึกษาเล่าเรียนนอโม อักขรวิธีจากพระครูอาทรธรรมวัตร (ชบ สุจิณฺโณ) เจ้าสำนักปริยัติธรรมและปฏิบัติกรรมฐาน วัดประสาทนิกร ตั้งแต่วัยเด็ก เมื่ออายุได้ ๑๙ ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดประสาทนิกรโดยมีพระครูจันทรสรคุณ (ขำ วฑฺฒโน: ๒๓๙๕, ๒๔๑๕, ๒๔๙๑. สิริอายุ ๙๖. พรรษา ๗๖.) เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดเวลาเกือบ ๒ ปีที่บรรพชาเป็นสามเณร พ่อหลวงปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อขำ วฑฒโน อย่างใกล้ชิด นอกจากจะได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระอุปัชฌาย์โดยตรงแล้ว หลวงพ่อขำ วฑฒนเถระ ยังได้มอบหมายให้พระครูอาทรธรรมวัตร เป็นผู้กวดขันดูแลด้านการศึกษาของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม อย่างเคร่งครัด
            หลังจากลาสิกขาบทแล้ว พ่อหลวงกลับมาปรนนิบัติดูแลโยมพ่อโยมแม่ของท่าน จวบจนบุพการีทั้งสองถึงแก่กรรม พระเทพวงศาจารย์ (จันทร์ โกสโล: ๒๔๑๗, ๒๔๓๘, ๒๕๐๖. สิริอายุ ๘๙ ปี พรรษา ๖๘.) เจ้าอาวาสวัดขันเงิน/เจ้าคณะจังหวัดชุมพร (บางกระแสก็ว่าเจ้าคุณเทพฯ เป็นญาติผู้ใหญ่ของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม) มาตามท่านให้ไปอยู่วัดขันเงินเพื่อช่วยงานสร้างพระอุโบสถโดยมอบหมายให้พ่อหลวงนำช้างไปลากไม้ที่ตำบลปังหวาน อำเภอพะโต๊ะ มาสร้างพระอุโบสถ ต่อมาในปี ๒๕๐๔ อันเป็นบั้นปลายชีวิตของพระเทพวงศาจารย์  เจ้าคุณเทพฯ พยายามเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวให้พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม อุปสมบทเนื่อง ๆ พ่อหลวงก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ท้ายที่สุด เจ้าคุณเทพฯ ขอร้องแกมบังคับให้พ่อหลวงบวชเสียที บวชแล้วจะไปไหนก็สุดแล้วแต่ พ่อหลวงถามกลับไปว่าจะให้บวชไปเพื่ออะไร เจ้าคุณเทพฯ ตอบว่าอย่างน้อยก็ได้ดูแลท่านในยามแก่ เมื่อไม่อาจเลี่ยงได้ พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม จึงตัดสินใจอุปสมบทที่พระอุโบสถวัดขันเงินในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๐๔ โดยมีพระเทพวงศาจารย์ (จันทร์ โกสโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์ชุ่ม ติกฺขปญฺโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า“ฐานธมโม” แปลว่า “ผู้มีธรรมเป็นที่ตั้ง” เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้ศึกษา/สอบไล่ได้นักธรรมเอกที่สำนักเรียนวัดขันเงิน ต่อมาได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเงิน เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ 
 
ภาพพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ภาพเก่าของท่านที่บันทึกไว้ในราวปี ๒๕๑๐ และภาพจาก Gemini
 
            ข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงว่าในพิธีอธิษฐานจิตแผ่เมตตาพระหลวงพ่อแดง พุทโธ คราวนั้น พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม มิได้มีสถานะเป็นศิษย์สายเขาอ้อแต่ประการใด แท้จริงแล้ว พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นผู้สืบสายพุทธาคมของสองสำนักใหญ่เมืองหลังสวน ด้วยความที่เป็นผู้ใฝ่รู้ในสรรพศาสตร์ต่าง ๆ พ่อหลวงได้เดินทางไปศึกษาขอความรู้จากพระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในพุทธาคมมากมายหลายรูป เท่าที่เคยสังเกต พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม มีความคุ้นเคยกับพระเกจิอาจารย์เมืองสุราษฎร์ธานีมากเป็นพิเศษ ท่านเคยเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง ติสฺโส (๒๔๓๔, ๒๔๖๐, ๒๕๑๙. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๕๙.) วัดแหลมสอ และทราบรายละเอียดเรื่องการละสังขารของหลวงพ่อแดง ติสฺโส เป็นอย่างดี จะว่าพ่อหลวงเป็นศิษย์สายเขาอ้อก็ไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะหลังพิธีเสด็จกลับแล้ว พ่อหลวงมีความคุ้นเคยกับพระครูพิพัฒน์สิริธร (คง สิริมโต: ๒๔๔๕, ๒๔๖๖, ๒๕๑๗. สิริอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๑.), อาจารย์ชุม ไชยคีรี มากเป็นพิเศษ เดินทางไปแจกวัตถุมงคลให้กับทหาร ตำรวจ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หลายครั้ง นอกจากนั้น ยังได้ไปขอศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อหลายรูป โดยเฉพาะพระครูถาวรชัยคุณ (หมุน ยสโร: ๒๔๔๐, ๒๔๖๐, ๒๕๒๖. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๕.) วัดเขาแดงตะวันออก ด้วยเหตุนี้ นักนิยมพระเครื่องส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของพ่อหลวง จึงรับรู้และเข้าใจว่าพ่อท่านคล้อย ฐานธมโม เป็นศิษย์สายเขาอ้อเต็มตัว
            หากสังเกตลีลาและท่วงทำนองด้านพุทธาคมของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม อย่างถ่องแท้ จะพบว่าสรรพวิชาทั้งหลายที่พ่อหลวงใช้โปรดญาติโยม มีทั้งพุทธาคมสำนักวัดถ้ำเขาเงิน สำนักเขาอ้อ และสายอื่น ๆ  อักขระเลขยันต์ที่ท่านใช้ก็เช่นกัน มีทั้งยันต์ที่นิยมใช้กันในหมู่เกจิอาจารย์สายเขาอ้อและยันต์ทั่วไป การเป่าทองเข้าตัวและน้ำมนต์ดอกบัวทองที่สร้างชื่อให้กับท่านเป็นอันมาก ก็มิใช่วิชาสายเขาอ้อ พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม กับอาจารย์ชุม ไชยคีรี ไปเรียนกับขรัวตาคง วัดตาล (อาจารย์ขุนแผน) เรื่องนี้ พ่อหลวงกล่าวว่าอาจารย์ชุม ไชยคีรี เก่งมาก เรียนวิชานี้ สำเร็จก่อนท่านหนึ่งเดือน ส่วนเรื่องหุงเหนียวดำนั้น พ่อหลวงทำครั้งแรกในงานเททองหล่อพระพุทธฐานธรรมหิรัญบรรพตเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๓ การหุงเหนียวดำคราวนั้น ผู้เรียบเรียงเป็นคนขอให้ท่านทำ แต่ท่านก็ทำแค่เตรียมวัสดุและขอให้พระครูกาชาดเป็นเจ้าพิธี เสร็จพิธีแล้ว พระครูกาชาด (บุญทอง เขมทตฺโต:
๒๔๖๓, ๒๔๘๓, ๒๕๔๔, สิริอายุ ๘๒ ปี พรรษา ๖๒.) หันมากล่าวกับพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ว่า “ท่านคล้อย ก็ทำเองได้ ต่อไปก็ทำเองเถิด ไม่ต้องให้ผมมาทำ” เรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพ่อคล้อย ฐานธมฺโม เป็นผู้ใฝ่รู้ที่ศึกษาสรรพวิชาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสรรพวิชาของพระเกจิอาจารย์เมืองหลังสวน สายเขาอ้อ และพระเกจิ อาจารย์อื่น ๆ อีกหลายรูป
            ในบรรดาพระเครื่องที่สร้างในรูปและนามของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม พระเนื้อผงจัดเป็นพระเครื่องที่มีประสบการณ์มากมายเล่าขานกันไม่รู้จบโดยเฉพาะพระสมเด็จสีชมพูและพระปิดตามหาลาภองค์น้อย (พระปิดตาใต้ดาน) นอกจากทั้งสองรายการนี้แล้ว ยังมีพระเนื้อผงประเภทของดีที่คนมองข้ามเพราะไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกอีกหลายพิมพ์ อาทิ พระพุทธฐานธรรมหิรัญบรรพตเนื้อผงนอโมเข้าห้อง พระพิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ พระพิมพ์สมเด็จและพระปิดตาหลัง สธ พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับ พระผงเหล่านี้ ต่างก็มีพุทธศิลป์อันงดงามและมีมวลสารต่าง ๆ ผสมเป็นจำนวนมาก หนึ่งในพระเนื้อผงเหล่านี้ ทุกวันนี้ ยังคงเป็นของดีที่นักนิยมพระเครื่องสายนี้ไม่รู้จักมักคุ้น เป็นเพชรแท้ที่รอการเจียรนัย หากมีใครนำไปบูชาห้อยคอติดตัวประจำ เชื่อว่าน่าจะมีประสบการณ์ให้ได้ยินกันบ้าง พระผงพิมพ์นี้ คือ พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับ รุ่นบูชาครูปี ๒๕๓๙
            มองผิวเผิน พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับอาจเป็นพระผงชุดเล็กอีกพิมพ์หนึ่งของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ซึ่งจัดสร้างขึ้นโดยการล้อพุทธศิลป์สำนักวัดกลางบางแก้ว มิได้มีความพิสดารแต่ไหนและพ่อหลวงก็ไม่เคยเล่าเหตุที่มอบหมายให้คณะศิษย์จัดสร้างพระพิมพ์นี้ แต่มีข้อสังเกตประการหนึ่งคือ มีภาพถ่ายของท่านภาพหนึ่ง เป็นภาพในอิริยาบถเดียวกับพระเครื่องปางสะดุ้งกลับ ซึ่งเชื่อสืบต่อกันมาว่าเป็นปางที่มีพลานุภาพด้านกลับร้ายให้เป็นดีและพระเกจิอาจารย์ที่อธิษฐานจิตแผ่เมตตาพระเครื่องปางนี้ต้องมีเคล็ดวิชาเฉพาะ มิใช่อธิษฐานจิตแผ่เมตตาเหมือนพระเครื่องทั่วไป เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ซักถามรายละเอียดจากท่าน เนื่องจากช่วงหลังงานบูชาครู ปี ๒๕๓๙ สุขภาพท่านไม่ค่อยดีนัก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานครหลายครั้ง ด้วยเหตุที่ท่านตรากตรำจากการเป่าทองเข้าตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก การเป่าทองเข้าตัวแต่ละครั้งต้องใช้พลังมหาศาล น้อยคนนักที่มีโอกาสได้เห็นสภาพอ่อนล้าของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม หลังจากเป่าทองเข้าตัวให้กับสาธุชนคนละหลายคน บางครั้งก็เป็นกว่าสิบ ทั้งยังต้องเร่งรัดการสร้างตึกสงฆ์อาพาธที่โรงพยาบาลหลังสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
            เหตุแห่งการละสังขาร พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ท่านน่าจะทราบกำหนดเวลาที่ต้องละสังขารล่วงหน้าและพูดเป็นนัยกับผู้เรียบเรียงที่โรงพยาบาลเดชา ตอนนั้น ผู้เรียบเรียงมีประสบการณ์ไม่มากนัก จึงไม่ได้เอ่ยปากขอให้พ่อหลวงอยู่ตลอด หากรู้เท่าทันและออกปากขอไว้ พ่อหลวงน่าจะโปรดญาติโยมได้อีกหลายปี แม้ว่าช่วงนั้น พ่อหลวงมีสุขภาพไม่ดีนัก มีแต่ทรงกับทรุด สิ่งที่พ่อหลวงให้ความสำคัญและเร่งรัดให้คณะศิษย์ที่ท่านมอบหมายให้ดำเนินการจัดสร้างพระผงอีกรุ่นหนึ่งเพื่อแจกในงานกฐินปี ๒๕๓๙ คือ พระผงรูปเหมือนแบบนั่งสะดุ้งกลับตามที่ผู้เรียบเรียงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสร้างพระผงพิมพ์สะดุ้งกลับที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกในงานบูชาครู ปี ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นงานที่มีลูกศิษย์ลูกหามาร่วมพิธีมากที่สุด เป็นพิธีตั้งขันครูและครอบครูให้กับลูกศิษย์กว่า ๑๐ คน พิธีฯ นี้มีเหตุมหัศจรรย์เกิดขึ้นหลายอย่าง และดูเหมือนพ่อหลวงจักทำทุกสิ่งแบบทิ้งทวนฝากความฝีมือให้ลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายได้เห็นเป็นประจักษ์ ในส่วนของผู้เรียบเรียง พ่อหลวงให้ไปนอนฝึกจิตในกุฎิกรรมฐานร้าง... กว่าจะฝ่าวิตกจริต ข่มตาหลับได้ กินเวลาหลายชั่วโมง
            พูดถึงพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน ทีใด มักพรรณนาเรื่อยเปื่อยไปไกลจนกู่ไม่กลับ หน้ากระดาษหมดพอดี สาระสำคัญของพระผงพิมพ์สะดุ้งกลับคงไม่ได้รายละเอียดมากนัก สรุปสาระโดยสังเขปคือ พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับเป็นพระเครื่องชุดเล็กที่จัดสร้างในวาระสำคัญยิ่งของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม อีกชุดหนึ่ง เป็นงานบูชาครูครั้งสุดท้ายที่พ่อหลวงครอบครูให้กับลูกศิษย์จำนวนมาก ทั้งศิษย์ที่เป็นเกจิอาจารย์ฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส ศิษย์ใกล้ชิดที่มิได้ตั้งตนเป็นเกจิอาจารย์ ลูกศิษย์ลูกหาทั่วไป พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับชุดนี้จึงเป็นพระเครื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการบูชาครูครั้งสุดท้ายของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม
               ลักษณะ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบสะดุ้งกลับในกรอบพิมพ์กลีบบัวฐานตัดที่จัดสร้างขึ้นโดยการล้อศิลปะพระพิมพ์นางพญาสะดุ้งกลับของหลวงปู่บุญ ขนฺธโชติ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ย่อขนาดและปรับแต่งองค์พระ ลายเส้นต่าง ๆ ให้มีความคมชัด กลมนูน อ้วนท้วมสมบูรณ์กว่าพระพิมพ์นางพญาสะดุ้งกลับหลวงปู่บุญ ขนฺธโชติ ด้านหลังประทับด้วยยันต์หัวใจแก้ว ๔ ดวง (นะ มะ อะ อุ) ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของมหาภูตรูปหรือธาตุทั้งสี่ที่มีธาตุลมเป็นตัวขับเคลื่อนวิญญาณธาตุ
 

               วรรณะ สีออกไปทางแดงเปลือกมังคุด มีทั้งสีเข้มและอ่อน. มวลสารสีขาวปรากฏให้เห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน ส่องด้วยกล้องส่องพระ จะพบมวลสารสีขาวใหญ่บ้างเล็กบ้างปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน มวลสารเม็ดเล็ก ๆ สีดำ กระจายทั่วองค์พระ
               ขนาด กว้าง ๑.๓๒ เซนติเมตร สูง ๒.๐ เซนติเมตร หนา ๐.๔ เซนติเมตร (โดยประมาณ)๒
               เนื้อหามวลสาร รวมมวลสารต่าง ๆ ของพระเนื้อผงทุกรุ่นที่ผ่านมา ทั้งยังได้มวลสารที่เหลือจากการสร้างพระผงชุดหนึ่งของหลวงปู่เทสก์ เทสรํสี (ได้รับจากคณะศิษย์ของหลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ซึ่งเป็นผู้ร่วมสร้างถวาย)
              จำนวนการสร้าง ๕,๐๐๐ องค์ โดยประมาณ
              พิธีกรรม พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม อธิษฐานจิตฯ ณ ศาลาเอนกประสงค์ ในคืนก่อนงานสังเวยครูปี ๒๕๓๙ (๔ พฤษภาคม ๒๕๓๙) จัดเป็นงานใหญ่ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งบรรพชิตและฆราวาส มาร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก
              พลานุภาพ พระสะดุ้งกลับเป็นพระเครื่องลักษณะหนึ่งที่เชื่อสืบต่อกันมาว่ามีอุปเท่ห์ทางด้านเกื้อหนุนชะตาชีวิตมิให้ตกต่ำ กลับร้ายกลายดี เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นความราบรื่น สำหรับพระสะดุ้งกลับรุ่นนี้ มีพลานุภาพโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม คุ้มครองป้องกัน แคล้วคลาดนิรันตราย
              คุณค่า เป็นพระพิมพ์สะดุ้งกลับรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม มอบหมายให้ศิษย์ใกล้ชิดดำเนินการสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกในงานสังเวยครูครั้งสุดท้ายของท่าน หลังพิธี ฯ กายรูปของพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เสื่อมถอยไปเรื่อย ๆ และท่านละสังขารในเช้าวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๙   
            พระผงพิมพ์สะดุ้งกลับ พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร จัดเป็นหนึ่งในพระชุดเล็ก ราคาเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า ทั้งเป็นทางเลือกที่ศิษย์ฯ สายนี้ พึงพิจารณาว่าควรค่าแก่การห้อยคอติดตัวเป็นประจำ หรือเก็บสะสมเชิงอนุรักษ์กันแน่... 
 
 
ปรับปรุงแก้ไขจากบทความเก่าจากนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๓๓๖ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ หน้า ๕๒ - ๕๓.
นามปากกาของชายนำ ภาววิมล ที่ใช้ในการเขียนหนังสือชีวประวัติและภาพพระเครื่องหลวงพ่อคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร และบทความเกี่ยวกับพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม ในนิตยสารพระเครื่องบางฉบับ
ขนาดขององค์พระแต่องค์แตกต่างกันเล็กน้อย ตามความแห้งและการหดตัวของเนื้อพระ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ปกบทความตอน ๑๓
ชีวประวัติ พระเครื่องและวัตถุมงคลพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน หลังสวน ชุมพร ตีพิมพ์ในนิตยสารพระเครื่องลานโพธิ์ ระหว่างปี ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙ รวม ๒๔ ตอน
20 ธ.ค. 2024
ภาพหน้าปกบทความเหรียญเสมาพ่อท่านคล้อย_ฐานธมฺโม.
บทความเก่าว่าด้วยเรื่องราวและข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเหรียญเสมาพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน รุ่นยกช่อฟ้า อธิษฐานจิตฯ เสาร์ห้าปี ๒๕๓๖
20 พ.ค. 2026
ภาพหน้าปกบทความพระปรกใบมะขามพ่อท่านคล้อย_ฐานธมฺโม.
บทความเก่าว่าด้วยเรื่องราวและข้อมูลเกี่ยวกับพระปรกใบมะขามพ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน หลังสวน ชุมพร ปี ๒๕๓๗ จากนิตยสารพระเครื่องร่มโพธิ์ ปี ๘ ฉบับที่ ๙๙
24 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy