เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นรับเสด็จ
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ย. 2026
3 ผู้เข้าชม

เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ รุ่นรับเสด็จ ปี ๒๕๓๖๑
โดย.......ชายนำ ภาววิมล......
เมื่อกล่าวถึงพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ: ชาตะ ๒๔๖๖, อุปสมบท ๒๔๘๗, มรณภาพ ๒๕๕๘. สิริอายุ ๙๑ ปี พรรษา ๗๑.) วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เชื่อมั่นเกินร้อยว่าพุทธศาสนิกชนไทยส่วนใหญ่ในยุคสมัยนี้ ต้องเคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารและชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ติดต่อกันมานานหลายปี หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มิได้เป็นเพียงพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าของประเทศ มิได้เป็นเพียงพระเกจิอาจารย์ที่มีการจัดสร้างพระเครื่องทั้งในรูปและนามของท่านมากที่สุดรูปหนึ่งในประวัติศาสตร์พระเครื่องเมืองไทย ภาพลักษณ์ในมุมมองด้านต่าง ๆ ของคนไทยส่วนใหญ่ย่อมเป็นไปตามค่านิยมของแต่ละกลุ่มและข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นอริยสงฆ์ยุคหลังกึ่งพุทธกาลที่ชาวพุทธทั่วโลกพึงกราบไหว้ได้โดยสนิทใจ ไม่มีสาธุชนคนใดที่มีภูมิธรรมมากพอที่จะระบุชี้ชัดว่าพระอริยสงฆ์บ้าน ๆ รูปนี้ บรรลุภูมิธรรมชั้นใดกันแน่ การยกย่องเทิดทูนให้ท่านเป็นดั่ง “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” ก็ใช่ที่ เพราะหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นพระภิกษุในพระบวรพุทธศาสนา หากจะเทียบเคียงกันจริง ๆ แล้ว วัตรปฏิบัติของท่านเป็นไปตามแบบอย่างของพระโพธิสัตว์ พระภิกษุผู้มีโพธิจิตด้านการช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ยากไร้ด้วยปณิธานอันแน่วแน่
ชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงพ่อคูญ ปริสุทโธ เริ่มปรากฏและเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักนิยมพระเครื่องราวปี ๒๕๑๐ กว่า ๆ เพลานั้น มีข่าวว่าท่านสั่งให้นำเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกของท่านที่สร้างขึ้นในปี ๒๕๑๒ ไปทิ้งสระน้ำเนื่องจากมีการแย่งกันมาก ที่โด่งดังมากที่สุดคงไม่พ้นเรื่องการตอกตะกรุดทองคำที่ใต้ท้องแขน ต่อมาในปี ๒๕๓๖ เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตตุ๊กตาส่งนอก “เคเดอร์” พุทธมณฑลสายสี่ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๓๖ และเหตุการณ์ตึกถล่มที่โรงแรมรอยัลพลาซ่า อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๖ เหตุการณ์ทั้งสองนี้ เป็นโศกนาฎกรรมอันเกิดจากความประมาทของมนุษย์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สยามประเทศ แต่ก็มีหลายคนที่รอดชีวิตออกมาได้ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นในบุญบารมีของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พระโพธิสัตว์แห่งพื้นที่ราบสูงของสยามประเทศ ผู้รอดชีวิตเหล่านั้นต่างก็มีเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ห้อยคอติดตัวเป็นประจำ การรอดชีวิตของเหยื่อโศกนาฎกรรมไม่กี่คนเป็นแรงส่งให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ โดดเด่นขึ้นมาในชั่วพริบตา นักนิยมพระเครื่องในยุคสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นเซียนใหญ่เซียนเล็ก นักนิยมพระเครื่องมืออาชีพและมือสมัครเล่า ตลอดทั้งบุคคลทั่วไปที่เกาะติดสถานการณ์/กระแสความนิยมด้านประสบการณ์จากการนำพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ต่างหันมากักตุน ทั้งนำพระเครื่องและวัตถุมงคลที่จัดสร้างในรูปและนามของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มาเลี่ยมขึ้นคอกันทั่วหน้า พระเครื่องและวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่หลาย ๆ คนเคยมองข้ามด้วยเหตุที่เป็นพระใหม่ อายุการสร้างไม่มากนัก เริ่มปรับตัวขึ้นมาเป็นพระในกระแสนิยมที่คนเสาะแสวงหาในวงกว้างและราคาปรับตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว
วันเดือนปีผ่านไป แรงศรัทธาของมหาชนที่มีต่อพระโพธิสัตว์รูปนี้ มิได้ลดน้อยถดถอยลงไปแม้แต่น้อยนิด ทางกลับกัน ชื่อเสียงเกียรติคุณของพระราชาคณะชั้นเทพ เจ้าคุณบ้าน ๆ ในชนบทรูปนี้ ยังคงส่องประกายเจิดจ้าเฉกเช่นจันทร์เต็มดวงในยามราตรี ด้วยอิริยาบถแบบนั่งยอง ๆ พูดจาภาษาชาวบ้านแต่แฝงด้วยธรรมกับทุกชนชั้น ตรงไปตรงมา ไม่ชี้นำให้ผู้ใดมีความเชื่องมงาย เมตตาบารมีและโพธิจิตอันแรงกล้านำปัจจัยจากญาติโยมกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้ในการพัฒนาสร้างสรรค์สาธารณะประโยชน์และศาสนประโยชน์เป็นจำนวนมาก แม้ในบั้นปลายชีวิต หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ยังมอบร่างอันเป็นกายหยาบของท่านให้เป็นอาจารย์ใหญ่ในการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ จิตอันบริสุทธิ์ยิ่งและคุณูปการของท่านที่กระทำไปโดยไม่มีขาวไม่มีดำ (การกระทำที่ทำด้วยแรงศรัทธาโดยไม่ผลตอบแทนทั้งในกุศลกรรมและอกุศลกรรม) ย่อมเป็นเหตุปัจจัยที่มีน้ำหนักเพียงพอในการยกย่องเทิดทูลให้ท่านเป็น“พระโพธิสัตว์แห่งด่านขุนทด”
จากชีวประวัติที่มีการเผยแพร่ทั้งใน Wikipedia และสื่ออื่น ๆ ปรากฏว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มีหลายประเด็นที่มีความแตกต่างแปลกแยกกันพอสมควร ส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่ามาจากการบันทึกตามคำบอกเล่าและคัดลอกกันมาหลายทอด จึงเป็นเรื่องปกติที่มีความผิดเพี้ยนเกิดขึ้น สาระสำคัญพอสรุปได้ว่า หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ มีนามเดิมว่า “คูณ ฉัตรพลกรัง” ถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๖ ตรงกับวันแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ ๖ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นบุตรคนโตของนายบุญ - นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๓ คน (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ, นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์, นางทองหล่อ เพ็ญจันทร์) อาชีพหลักของโยมพ่อโยมแม่ท่านคือเกษตรกรรม ด้วยเหตุที่โยมพ่อและโยมแม่ของท่านเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกทั้งสามยังเป็นเด็ก ท่านและน้องสาวอีกสองคนจึงอยู่ในอุปการะของน้าสาวมาโดยตลอด ตอนอายุได้ ๖ หรือ ๗ ขวบ เข้าเรียนหนังสือทั้งไทยและขอมกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดบ้านไร่, พระอาจารย์ฉาย กิตติญโญ, และพระอาจารย์หลี อารกฺขยฺโย. นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาเล่าเรียนไสยเวทย์และคาถาอาคมจากพระอาจารย์ทั้งสาม (มีข้อมูลที่ไม่ตรงกันในเรื่องช่วงอายุที่ศึกษาเล่าเรียนกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโช บางกระแสก็ระบุว่า โยมแม่ของท่านเสียชีวิตเมื่อท่านอายุได้ ๑๑ ปี โยมพ่อจึงนำท่านไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโช อายุได้ ๑๖ ปี ออกจากวัดบ้านไร่มาอยู่ในอุปการะของนายโหม/นางน้อย ศิลปะชัย น้าชายและน้าสะใภ้ ระหว่างที่อยู่ช่วยโยมน้าทั้งสองประกอบอาชีพทำนา เกิดความสนใจความอยากเป็นหมอเพลงโคราช จึงชักชวนนายเล เพียมขุนทด เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ครูสน ครูเพลงชื่อดังในสมัยนั้นที่บ้านมะระ ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา การเป็นศิษย์ของครูสนในสมัยนั้น ลูกศิษย์ทุกคนต้องไปอาศัยอยู่กินและช่วยทำนา/ทำงานที่บ้านครูสนทั้งหมด ใช้เวลาเรียนเวลาหัดเพลงกับครูสน ๒ - ๓ ปีจึงสามารถออกเล่นเพลงได้)
เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี นายคูณ ฉัตรพลกรัง อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนพล จ.นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๘๗ (บางข้อมูลระบุว่า “ปี ๒๔๘๖”) โดยมีพระครูวิจารณยติกิจ (หลวงปู่ใหญ่: ๒๔๓๖, ๒๔๕๖, ๒๕๑๒. สิริอายุ ๗๕ ปี พรรษา ๕๕.)๒ อดีตจ้าอาวาสวัดถนนหักน้อยและเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทดเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการทองสุข วัดโคกรักษ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ทองมาก เป็นพระอนุสาวนาจารย์ (บางกระแสระบุว่า หลวงพ่อคง พุทธสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์) ได้รับฉายาว่า“ปริสุทโธ” เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน พระเวทวิทยาคมกับหลวงพ่อแดง ชินฺนปุโต (๒๔๒๐, ๒๔๔๐, ๒๔๙๓. สิริอายุ ๗๔ ปี พรรษา ๕๔.) วัดหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด และหลวงพ่อคง พุทธสโร (๒๔๑๖, ๒๔๓๘, ๒๔๙๒. สิริอายุ ๗๔ ปี พรรษา ๕๔.) วัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด ข้อมูลตรงนี้ก็มีความแตกต่างกันพอสมควร กระแสหนึ่งก็ว่าหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง ชินฺนปุโต วัดหนองโพธิ์ พระนักปฏิบัติผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ และพระเวทวิทยาคม อยู่ปรนนิบัติรับใช้นานพอสมควร หลวงพ่อแดง ชินฺนปุโต จึงนำพาหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งเป็นสหธรรมิกของท่าน อีกกระแสหนึ่งที่ระบุว่าหลวงพ่อคง พุทธสโร พาหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง ชินฺนปุโต เท็จจริงเป็นประการใด คงไม่สรุปชี้ชัดในครั้งนี้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตประการหนึ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ บวชที่วัดถนนหักใหญ่ เหตุใดจึงต้องให้หลวงพ่อแดง ชินฺนปุโต พามาฝากตัวเป็นศิษย์ในสำนักที่ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุ
หลังจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ กลับมาศึกษาเรียนรู้กับหลวงพ่อคง พุทธสโร จนมีความรอบรู้เชี่ยวชาญในพระกรรมฐานแล้ว หลวงพ่อคง พุทธสโร แนะนำให้ท่านปฏิบัติธุดงควัตรตามแบบอย่างพระเถระทางภาคตะวันออกเฉียงในอดีต หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จึงออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพรทั้งในนครราชสีมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและกัมพูชา โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาจิตให้สามารถดับอาสวะทั้งหลายและเข้าถึงแก่นแท้ของธรรมได้อย่างแท้จริง สถานที่ใน สปป.ลาว แห่งหนึ่งที่เล่าลือกันว่าหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เคยไปปฏิบัติธรรมคือภูเขาควาย สถานที่แห่งนี้ พระอาจารย์ชาติชาย ชาติวุฑโฒ ดร. อดีตประธานสงฆ์ สำนักสงฆ์ดงทม๓ เคยเล่าให้ฟังว่าถ้ำในภูเขาควายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก มีพลังพิเศษที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมขั้นสูงเป็นอย่างยิ่ง หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต (๒๔๑๓, ๒๔๓๖, ๒๔๙๒. สิริอายุ ๗๙ ปี พรรษา ๕๖.) และหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ล้วนผ่านการทดสอบจากถ้ำแห่งนี้ บุคคลใดที่ขาดความมุ่งมั่น ไม่มีจิตอันเป็นกุศล กระทำการในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรในถ้ำแห่งนี้ มักเสียสติ วิปลาสไป
บทพิสูจน์ดังกล่าวเป็นทั้งพื้นฐานและแรงส่งที่เกื้อหนุนให้หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มีพลังจิตที่แก่กล้าและสามารถดับอาสวกิเลสทั้งหลายได้อย่างแท้จริง สละประโยชน์ส่วนตนและยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง สมบูรณ์ทั้งอินทรีย์และพละห้าจนได้รับการยกย่องให้เป็น“ปราชญ์แห่งที่ราบสูง”ทั้งที่สำเร็จการศึกษาเพียงแค่ชั้นประถม ๔ ทั้งไม่เคยเข้าไปศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมใดเลย แม้ในวันที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จมาโปรดถึงวัดบ้านไร่ พระราชทานสมศักดิ์ให้เป็นกรณีพิเศษ แต่พระภิกษุบ้านๆ รูปนี้ ยังคงนั่งยอง ๆ พูดตรงไปตรงมา ใช้สรรพนาม“กู – มึง” คงเส้นคงวาโดยเคยเปลี่ยน สมถะรักสันโดษ ดำรงสมณเพศเรียบง่ายอย่างไร ก็เรียบง่ายเช่นนั้น ให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมตั้งแต่ต้นจนถึงวินาทีสุดท้ายที่ลมปราณดับสูญ ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีที่กลับจากธุดงค์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากมาย
ย้อนกลับมาในเรื่องพระเครื่องและวัตถุมงคลที่จัดสร้างในรูปและนามของพระโพธิสัตว์แห่งด่านขุนพลองค์นี้ ต้องยอมรับว่ามีจำนวนมากมายมหาศาล เลือกไม่ถูกว่าจะเก็บสะสมหรือนำรุ่นไหนมาขึ้นคอดี บางรุ่นก็มีสนนราคาเช่าหาสูงมาก สูงจนเอื้อมไม่ถึง หลายรุ่นก็ยังคงเป็นความเป็นพระเบ็ดเตล็ดที่วงการพระเครื่องในส่วนกลางมองข้ามเพราะไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้และเล่นหากันในวงกว้าง หรือไม่ก็มีจำนวนการสร้างมากเกินไป แต่ก็ดีเหมือนกัน ดีที่ยังมีโอกาสเลือกเก็บสะสมพระหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่สนนราคาเช่าหายังไม่สูงจนเกินเหตุได้ การที่สนนราคาเช่าหาไม่สูง มิได้หมายความว่าพระเครื่องนั้น ๆ ด้อยกว่าพระเครื่องราคาแพงแต่ประการใด ไม่ว่าจะเป็นศิลปะหรือพลานุภาพก็ตาม เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่มีสนน ราคาเช่าหาไม่สูงมากนัก และเป็นพระแถวสองที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมอีกรุ่นหนึ่ง คือ เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นรับเสด็จ
เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นรับเสด็จ ปี ๒๕๓๖
เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นรับเสด็จ ปี ๒๕๓๖ เป็นเหรียญที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อนุญาตให้จัดสร้างขึ้นเพื่อหาปัจจัยสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญวัดศาลาลอยเนื่องจากศาลาการเปรียญหลังเดิมชำรุดทรุดโทรมมากจนไม่สามารถใช้งานได้ เผอิญในปีนั้น ทางวัดบ้านไร่มีกำหนดการรับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้นดำรงพระอิสริยยศพระบาทสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งทรงเสด็จมาตัดลูกนิมิตอุโบสถวัดบ้านไร่ ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๖ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จึงตั้งชื่อรุ่นนี้ว่า “รุ่นรับเสด็จ”
เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นรับเสด็จ ปี ๒๕๓๖ เป็นเหรียญที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อนุญาตให้จัดสร้างขึ้นเพื่อหาปัจจัยสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญวัดศาลาลอยเนื่องจากศาลาการเปรียญหลังเดิมชำรุดทรุดโทรมมากจนไม่สามารถใช้งานได้ เผอิญในปีนั้น ทางวัดบ้านไร่มีกำหนดการรับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้นดำรงพระอิสริยยศพระบาทสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งทรงเสด็จมาตัดลูกนิมิตอุโบสถวัดบ้านไร่ ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๖ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จึงตั้งชื่อรุ่นนี้ว่า “รุ่นรับเสด็จ”

ลักษณะ เป็นพระเครื่องตระกูลเหรียญปั๊มในกลุ่มเหรียญรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์แบบรูปไข่ครึ่งองค์ที่จัดสร้างขึ้นโดยการล้อศิลปะเหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นที่ระลึกสร้างกุฏิสงฆ์วัดสระแก้ว ปี ๒๕๑๗ เส้นขอบเหรียญลักษณะคล้ายเส้นขนมจีน ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แบบครึ่งองค์ ด้านบนของรูปจารึกอักษร“รุ่นรับเสด็จ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๖” ใต้รูปเป็นชื่อของท่าน คือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” เนื้อทองแดงรมดำตอกโค้ด“คูณ”ในวงกลม ลักษณะการตอกค่อนข้างแรง ส่งผลให้ด้านหลังตรงรอยตอกของเหรียญนูนขึ้นมา ด้านหลัง กลางเหรียญประทับด้วยตัว “มิ” และตัวเลขบ่งบอกวันทางจันทรคติด คือ วันจันทร์ (๒) ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๘ บน ด้านบนเป็นสมณศักดิ์ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในขณะนั้น “พระญาณวิทยาคมเถระ” ด้านล่าง “วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา”
ขนาด กว้าง ๒.๒ เซนติเมตร สูง ๓.๖ เซนติเมตร (ถึงปลายห่วง) หนาประมาณ ๐.๒ เซนติเมตร
เนื้อหา มี ๔ เนื้อ ๕ แบบ ประกอบด้วย เงิน, นวโลหะ, ทองแดง มีทั้งรมดำและไม่รมดำ
จำนวนการสร้าง จากข้อมูลที่เผยแพร่กันโดยทั่วไป ยังไม่พบข้อมูลใดที่ระบุชัดถึงจำนวนการสร้างของเหรียญทองคำ เงิน และนวโลหะ มีเพียงเหรียญทองแดงรมดำเท่านั้นที่มีข้อมูลตรงกันว่า“สร้าง ๗,๐๐๐ เหรียญ” ส่วนเหรียญทองแดงไม่รมดำหรือที่บางท่านเรียกกันว่าเหรียญทองแดงผิวไฟ มีตัวเลขที่ไม่ตรงกัน บางแหล่งระบุว่ามีจำนวนการสร้าง ๓,๐๐๐ เหรียญ บางแหล่งก็ระบุว่ามีจำนวนการสร้าง ๙๙,๙๙๙ เหรียญ
พิธีกรรม อธิษฐานจิตฯ เดี่ยวโดยหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
ค่านิยม จัดเป็นเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่วงการพระเครื่องรับรู้และนิยมเล่นหากันมานาน มีการแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยบางประการเพื่อสร้างความแตกต่างและเบ่งราคาให้สูงขึ้นกว่าเหรียญที่ไม่มีตำหนิ สนนราคาเช่าหายังไม่สูงมากนัก พอที่นักนิยมพระเครื่องทั่วไปสัมผัสได้ ถูกแพงขึ้นอยู่กับตำหนิอันเป็นจุดขายที่เซียนพระบางกลุ่มสร้างขึ้น และสภาพของเหรียญ
ขนาด กว้าง ๒.๒ เซนติเมตร สูง ๓.๖ เซนติเมตร (ถึงปลายห่วง) หนาประมาณ ๐.๒ เซนติเมตร
เนื้อหา มี ๔ เนื้อ ๕ แบบ ประกอบด้วย เงิน, นวโลหะ, ทองแดง มีทั้งรมดำและไม่รมดำ
จำนวนการสร้าง จากข้อมูลที่เผยแพร่กันโดยทั่วไป ยังไม่พบข้อมูลใดที่ระบุชัดถึงจำนวนการสร้างของเหรียญทองคำ เงิน และนวโลหะ มีเพียงเหรียญทองแดงรมดำเท่านั้นที่มีข้อมูลตรงกันว่า“สร้าง ๗,๐๐๐ เหรียญ” ส่วนเหรียญทองแดงไม่รมดำหรือที่บางท่านเรียกกันว่าเหรียญทองแดงผิวไฟ มีตัวเลขที่ไม่ตรงกัน บางแหล่งระบุว่ามีจำนวนการสร้าง ๓,๐๐๐ เหรียญ บางแหล่งก็ระบุว่ามีจำนวนการสร้าง ๙๙,๙๙๙ เหรียญ
พิธีกรรม อธิษฐานจิตฯ เดี่ยวโดยหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
ค่านิยม จัดเป็นเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่วงการพระเครื่องรับรู้และนิยมเล่นหากันมานาน มีการแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยบางประการเพื่อสร้างความแตกต่างและเบ่งราคาให้สูงขึ้นกว่าเหรียญที่ไม่มีตำหนิ สนนราคาเช่าหายังไม่สูงมากนัก พอที่นักนิยมพระเครื่องทั่วไปสัมผัสได้ ถูกแพงขึ้นอยู่กับตำหนิอันเป็นจุดขายที่เซียนพระบางกลุ่มสร้างขึ้น และสภาพของเหรียญ
ภาพประกอบบทความนี้ เป็นเหรียญเก่าเก็บที่ได้มาจากวัดบ้านไร่ตั้งแต่ตอนที่ทางวัดเปิดให้เช่าบูชาใหม่ ๆ เก็บไว้ในกล่องพลาสติกโดยไม่ค่อยได้หยิบจับมากนัก สภาพเดิม ๆ ไม่เคยส่องและแยกแยะว่าเป็นบล็อกนิยมหรือไม่ รู้แต่ว่าเหรียญแท้จากวัด นาน ๆ จะนิมนต์ท่านมาเป็นดาราหน้ากล้องสักครั้ง
๑ ปรับปรุงแก้ไข/เพิ่มข้อมูลบางประการ จากบทความเดิมในนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ปี ๒๖ ฉบับ ๓๑๔ เดือนตุลาคม ๒๕๖๑ หน้า ๖๖ – ๖๗
๒ สมณศักดิ์ของหลวงพ่อใหญ่ พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อคุณ ปริสุทฺโธ ที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ มีนามสมณศักดิ์เรียกแตกต่างกัน คือ “พระครูวิจารณยติกิจ” กับ “พระครูวิจารณดีกิจ”
๓ หลังจากสร้างอุโบสถสำนักสงฆ์ดงทม หอระฆัง และถาวรวัตถุต่าง ๆ ไม่นาน พระอาจารย์ชาติชาย ชาติวุฑโฒ ดร. ย้ายไปจำพรรษาหลายแห่ง ล่าสุดได้ข่าวว่ามาจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี
๒ สมณศักดิ์ของหลวงพ่อใหญ่ พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อคุณ ปริสุทฺโธ ที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ มีนามสมณศักดิ์เรียกแตกต่างกัน คือ “พระครูวิจารณยติกิจ” กับ “พระครูวิจารณดีกิจ”
๓ หลังจากสร้างอุโบสถสำนักสงฆ์ดงทม หอระฆัง และถาวรวัตถุต่าง ๆ ไม่นาน พระอาจารย์ชาติชาย ชาติวุฑโฒ ดร. ย้ายไปจำพรรษาหลายแห่ง ล่าสุดได้ข่าวว่ามาจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความเก่าว่าด้วยเรื่องราวและข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญพระปิดตาหลวงปู่แก้ว เกสาโร วัดละหารไร่ ปี ๒๕๑๙ จากนิตยสารศูนย์พระเครื่อง ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑๗๓
15 มี.ค. 2026
ความเป็นมาและข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับพระสมเด็จปรกโพธิ์ชินปัญชร หลวงพ่อแช่ม ฐานุสฺสโก วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม ซึ่งศิษย์สร้างถวายในปี ๒๕๓๕ จำนวนการสร้าง ๖๐๐๐ องค์
3 ก.ค. 2026
บทความเก่าจากนิตยสารพระเครื่องพระเกจิว่าด้วยเรื่องความเป็นมาและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดสร้างพระกลีบบัวของหลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม อ.เมือง จ.ตราด
7 ก.ย. 2026


