แชร์

พระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่ หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ

อัพเดทล่าสุด: 25 ต.ค. 2026
8 ผู้เข้าชม
ภาพหน้าปกบทความเรื่องพระสมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่
พระสมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่ หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ๑
โดย... ชายนำ ภาววิมล ...
 
            ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ๑๙ เป็นวิกฤติการณ์ที่คร่าชีวิตคนในหลายประเทศเป็นจำนวนมาก สร้างความหวาดวิตก ตื่นตระหนกไปทั่วทุกหนแห่ง ความเดือดร้อนที่สืบเนื่องจากความจำเป็นในการใช้มาตรการขั้นรุนแรงในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ๑๙ การแก้ไขปัญหาทางสาธารณสุขก็ต้องว่ากันไปตามมาตรฐานสากล ประชาชนก็ต้องป้องกันและดูแลตนเองให้พ้นจากโรคระบาดที่กำลังแพร่ระบาดในช่วงนี้ แล้วพระพุทธศาสนาจะมีส่วนในการคลี่คลายปัญหานี้อย่างไร ขอตัดข้อความอันเป็นสาระสำคัญที่ได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ๒ มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ “การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดเป็นวิถีทางหนึ่งที่นำตนให้พ้นทางการเป็นเหยื่อของไวรัสโควิค ๑๙ มัชเฌนธรรมหรือธรรมกลาง ๆ ที่ใช้ในการป้องกันตนคือ ‘อโคจร’พูดง่าย ๆ คือ ไม่ไปในสถานที่ที่ไม่ควรไป สถานที่อันเป็นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ถ้าไม่ไปใกล้ โอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิค ๑๙ ก็ลดลง และ “ความไม่ประมาท” คือ การตั้งมั่นในสติ รู้ในโทษภัย รู้ในการป้องกัน และรู้ในการปฏิบัติด้วยปัญญา"
            นอกจากหลักธรรมกลาง ๆ ดังกล่าวแล้ว หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ ยังกล่าวว่า "การเจริญพระกรรมฐานเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการรับมือกับโรคาพยาธิ การเจริญพระกรรมฐาน ด้านหนึ่งเป็นวิธีการจัดการกับความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น เมื่อจิตปลอดจากความวิตกกังวล ปัญญาย่อมเกิด เมื่อปัญญาเกิด หนทางแก้ปัญหาย่อมกระจ่างชัด อีกด้านหนึ่ง การเจริญพระกรรมฐานยังมีอานิสงส์ให้กายและจิตมีความแข็งแรง กายและจิตแข็งแรง ภูมิคุ้มกันโรคาพาธก็สูงตามไปด้วย.....นี่ คือ ความรู้แจ้งในธรรมของพระภิกษุนักพัฒนาผู้ใฝ่รู้ในพุทธศาสน์ศึกษาอีกรูปหนึ่ง"
            มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์เคยมีเหตุการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งคร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรคในปี ๒๔๐๓ ซึ่งตรงกับการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งที่ ๓ ของโลก (๒๓๙๕ - ๒๔๐๓) เหตุการณ์ในครั้งนั้น แม้ในพระนคร การแพร่ระบาดจะไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็มีความเกี่ยวพันกับพระเครื่องตระกูลหนึ่งที่ได้รับการยกย่องในกาลต่อมาว่าเป็น“จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง” เล่าขานสืบต่อกันมาว่าเพลานั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหฺมรํสี: ชาตะ ๒๓๓๑, อุปสมบท ๒๓๕๐, มรณภาพ ๒๔๑๕. สิริอายุ ๘๔ ปี พรรษา ๖๔.) ทำพระผงพิมพ์สมเด็จแจกญาติโยมแทบไม่ทันเลย เปรียบเปรยแบบพอให้เห็นภาพลาง ๆ ได้ว่า “ทำบ่าย เสกเย็น แจกเช้าวันรุ่งขึ้น” คงไม่ผิดกระไรมากนัก ด้วยเหตุเช่นนี้ พระพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง จึงเป็นพระเครื่องที่ชาวพุทธในยุคนั้น มีไว้เป็นเพื่อขวัญกำลังใจในยามวิกฤติ
            มาในยุคสมัยนี้ พระพิมพ์สมเด็จวัดระฆังที่จัดสร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมฺรํสี) กลายเป็นจักรพรรดิพระเครื่องที่มีปัญหาในการเล่นหาเชิงสะสมมากที่สุด หาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันยากที่สุด แต่ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่สะกดให้นักนิยมพระเครื่องส่วนหนึ่งหลงใหล ใฝ่ฝันอยากได้พระสมเด็จแท้ ๆ มาเชยชม คนที่สมปรารถนานั้นมีน้อยมาก น้อยกระทั่งผู้สันทัดกรณีหลายท่านพูดสัพยอกกันว่า “พระสมเด็จเสร็จทุกราย” หลายคนเลนหันไปเล่นหาสะสมพระพิมพ์สมเด็จของพระเกจิอาจารย์ในยุคสมัยถัดมา ทั้งพระพิมพ์สมเด็จของพระเกจิอาจารย์ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับวัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหารโดยตรงกับพระเกจิอาจารย์ที่นิยมชมชอบในการสร้างพระพิมพ์สมเด็จ อาทิ พระธรรมมุนี (แพ เขมํกโร: ๒๔๔๘, ๒๔๖๙, ๒๕๔๒. สิริอายุ ๙๔ ปี พรรษา ๗๓.) วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี, พระครูสาทรพัฒนกิจ (ลมูล ขนฺติพโล: ๒๔๕๘, ๒๔๗๗, ๒๕๔๘. สิริอายุ ๘๙ ปี พรรษา ๗๑.) วัดเสด็จ ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี ภาวะวิกฤตเช่นนี้ หากจะนำพระพิมพ์สมเด็จของสำนักใดก็ตามที่เรามีอยู่แล้วมาห้อยคอเพื่อเป็นกำลังใจในช่วงเวลาวิกฤติที่ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด ๑๙ กำลังแพร่ระบาด ก็น่าจะเหมาะกับสถานการณ์ไม่น้อยเลย
            จำได้ว่าในปลายปี ๒๕๖๐ ผู้เรียบเรียงเคยนำประวัติความเป็นมาของพระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสี่ หลวงพ่อชาติ ชาติวุฒโฑ มานำเสนอในนิตยสารพระเครื่องพระเกจิเพื่อช่วยท่านหาปัจจัยสมทบทุนสร้างอุโบสถ(พอเพียง: ใช้งบประมาณล้านกว่าบาท) สำนักสงฆ์ดงทม ต.หันทราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มาถึงวันนี้ พระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่มีอายุการสร้างกว่าสองปี๓ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนองค์พระซึ่งสร้างขึ้นด้วยกรรมวิธีแบบโบราณและใส่ตัวประสานอย่างดีมีความแห้งและแกร่งกว่าปี ๒๕๖๐ มาก
            ความเป็นมาในการจัดสร้างพระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่ เหตุเริ่มขึ้นจากพลอากาศเอกยรรยง คันธสร รอง ผบ.ทอ. ประธานนักศึกษาปริญญาเอกหลักสูตรศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตและคุณนาย เก็บดินที่พุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า) เพื่อนร่วมรุ่นถามว่าจะนำดินไปทำอะไร ท่านตอบว่าเพื่อนของท่านขอให้ช่วยเก็บดินสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่งเพื่อไปสร้างพระซุ้มกอ ผู้เรียบเรียงมีความเห็นว่าหากนำดินไปสักการบูชาที่บ้าน คงไม่มีข้อกำหนดอะไรมากนัก แต่กรณีการนำไปสร้างพระเครื่อง ต้องมีพิธีกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงปรึกษาหารือกันในหมู่คณะฯ แล้วมีความเห็นพ้องกันว่าควรมอบหมายให้พระมหาสมศักดิ์ ธมฺมวฑฺฒโน ปธ.๗ วัดบวรมงคลราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นผู้กำหนดจุดหรือตำแหน่งในการเก็บดินเพื่อนำดินส่วนหนึ่งไปสร้างพระพิมพ์สมเด็จตามแบบอย่างของวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร อันเป็นพุทธประณีตศิลป์ที่หมู่คณะนิยมชมชอบ และมอบให้พระอาจารย์ชาติชาย ชาติวุฑโฒ (หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ) นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสำนักสงฆ์ดงทม อีกส่วนหนึ่งมอบให้ประธานรุ่นฯ นำไปมอบให้เพื่อนของท่านสร้างพระพิมพ์ซุ้มกอตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย–เนปาล ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ นักศึกษาหลักสูตรศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพุทธศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนสร้างพระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่
               ลักษณะ เป็นพระพิมพ์สมเด็จที่สร้างขึ้นโดยการล้อแบบพระพิมพ์สมเด็จเกศทะลุซุ้ม ด้านหลังเป็นภาพสังเวชนียสถานสี่ แกะแบบบาง ๆ จนแทบมอบไม่เห็นโดยเฉพาะองค์ที่มีคราบไขขาวจับแน่น ใต้ภาพเป็นอักษร ไทย ๓ แถว จารึกชื่อ “หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ”, “วัดดงทม จ.สระแก้ว”, “๒๕๖๐”
               วรรณะสีผิว ผิวออกสีน้ำตาลอ่อน บางองค์มีคราบแป้งและครบไขขาวขึ้นมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่สภาพของพระแต่ละองค์
 
 

                ขนาด กว้าง ๒.๓ เซนติเมตร สูง ๓.๔ เซนติเมตร หนาประมาณ ๐.๕ เซนติเมตรโดยประมาณ
                มวลสารที่ใช้ในการสร้าง มวลสารที่ใช้ในการสร้างพระพิมพ์สมเด็จรุ่นนี้ มี ๒ ชุด ประกอบด้วย
                   ๑) มวลสารจากประเทศอินเดียและเนปาล ๑๒ รายการ ได้แก่ ดิน/ผงรูปจากสังเวชนียสถานสี่แห่ง (ลุมพินีวัน, พุทธคยา, ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน, กุสินารา), ดิน/ผงธูปจากเวฬุวนาราม, ผงธูปบูชาหลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ นาลันทา, ผงธูปจากคันธกุฎีบนยอดเขาคิชกูฎ, ดิน/ผงธูปจากถ้ำสุกรขาตา, ดิน/ผงธูปจากกูฎาคาร ป่ามหาวัน, ดินสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ของมหาลิ กษัตริย์ลิจฉวี, ดินจากมหาสถูปแห่งเกสรียา, ดิน/ผงธูปจากมกุฎพันธเจดีย์, ดินจากวัดเชตะวันมหาวิหาร, ดินจากบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี, ใบโพธิ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์และต้นอานันทโพธิ์
                   ๒) มวลสารภายในประเทศ ได้แก่ ดิน/ผงธูป/ใบพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธมณฑล ๑ ถุงใหญ่, ผงไม้เรือสำคัญ, ผงไม้งิ้วดำ, แร่พระธาตุสีวลี, แร่เหล็กไหล, ดินหม้อไหโบราณบ้านดงทม (ยุคขอมโบราณ), มวลสารต่าง ๆ กว่า ๑๐๐๐ รายการที่เหลือจากการจัดสร้างพระจตุคามรามเทพรุ่นมหาเมตตา (มีส่วนผสมของดินกากยายักษ์และธนบัตรชำรุดเป็นจำนวนมาก)
              ปีที่สร้าง พ.ศ. ๒๕๖๐
              จำนวนการสร้าง เนื้อปูนเปลือกหอยผสมดินสังเวชนียสถาน/สถานที่สำคัญทางพุทธสถาน จำนวน ๑๐,๐๐๐ องค์, เนื้อไม้งิ้วดำผสมดินสังเวชนียสถาน/สถานที่สำคัญทางพุทธสถาน จำนวน ๑,๐๐๐ องค์  
 
   
               พิธีกรรม เริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวมมวลสารจากประเทศอินเดีย - เนปาล และพิธีพุทธาภิเษกเมื่อเป็นองค์พระสำเร็จแล้ว ดังรายละเอียดต่อไปนี้
                  ๑. การเก็บดินและรวบรวมมวลสารต่าง ๆ ผู้เก็บแต่ละท่านต้องทำพิธีอธิษฐานจิตขออนุญาตต่อพระพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก ท้าวสักกะเทวราช พระแม่ธรณี เทพเทวา สรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงในพระบวรพุทธศาสนา และทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และขอพระพุทธานุญาติจากพระพุทธองค์ในการนำดินและมวลสารต่าง ๆ มาสร้างพระพิมพ์สมเด็จหรือใช้ประโยชน์เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรไทย โดยมีพระศรีวินยาภรณ์ (สายรุ้ง อินทาวุโธ ป.ธ.๗ ดร.: ๒๕๑๓, ๒๕๓๓. สมณศักดิ์ล่าสุด “พระราชวินัยวชิรเมธี”) วัดอาวุธวิกสิตาราม แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร สวดชุมนุมเทวดา, พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.๙ ดร.: ๒๔๙๗, ๒๕๑๗.) วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร ประธานเจริญพระพุทธมนต์ (เน้นบทมงคลสูตรซึ่งเป็นพระพุทธมนต์ที่ถือกำเนิดในเชตวันมหาวิหารแห่งนี้), ผู้เรียบเรียงในฐานะรองประธานนักศึกษาหลักสูตรศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาพุทธศาสตรศึกษา ทำหน้าที่บัณฑิตบอกกล่าวขอพระพุทธานุญาติจากพระบรมศาสดา จากนั้นทั้งบรรพชิตและฆราวาส ๔๕ รูป/คน ร่วมกันกำหนดจิตทำสมาธิถวายเป็นพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิธีดังกล่าวกระทำขึ้นที่พระคันธกุฎี (กุฎีที่พระพุทธเจ้าเคยจำพรรษา) วัดเชตวันมหาวิหาร ในเช้าวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
                 ๒. จัดพิธีพุทธาภิเษกและอธิษฐานจิตแผ่เมตตาเดี่ยว รวม ๓ ครั้ง
                      ๒.๑ ครั้งแรก นำพระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่ทั้งสองเนื้อเข้าร่วมพิธีอธิษฐานจิตแผ่เมตตาพระกริ่ง/พระชัยวัฒน์ดอนทราย เหรียญหลวงปู่แป๊ะ สติปญฺโญ วัดดอนทราย รุ่น ๒ โดย พระครูวิมลปัญญานุกูล (แป๊ะ สติปญฺโญ: ๒๔๗๕, ๒๕๑๕, ๒๕๖๓. สิริอายุ ๘๗ ปี พรรษา ๔๗.) ที่อุโบสถวัดดอนทราย ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ในวันเสาร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตรงกับวันอาสาฬหบูชา,
                      ๒.๒ ครั้งที่สอง จัดพิธีพุทธาภิเษกที่พระอุโบสถหลังเก่า วัดอาวุธวิกสิตาราม ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ พระเทพปัญญามุนี (ทองดี ฐิตายุโก: ๒๔๗๖, ๒๔๙๗. สมณศักดิ์ล่าสุด:พระพรหมวชิรสุทธาจารย์) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม เป็นประธานจุดเทียนชัยและนั่งปรก, พระเกจิอาจารย์สายวัดอาวุธวิกสิตาราม ๓ รูป, หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ นั่งปรกฯ พระพิธีธรรมวัดสุทัศน์เทพวราราม ๔ รูป สวดพุทธาภิเษก, พระศรีวินยาภรณ์ (สายรุ้ง อินทาวุโธ) ดับเทียนชัย
                      ๒.๓ ครั้งที่ ๓ พิธีสมโภชพระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่ที่ศาลาเอนกประสงค์สำนักสงฆ์ดงทม ต.หันทราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐
             พลานุภาพ เด่นทางด้านแคล้วคลาดนิรันตราย เมตตามหานิยมและเกื้อหนุนค้ำคูณ เท่าที่เคยได้ยินมา คนพื้นที่บางคนเคยมีประสบการณ์จากการนำพระพิมพ์สมเด็จเนื้อปูนเปลือกหอยผสมดินสังเวชนียสถาน/สถานที่สำคัญทางพุทธสถาน ไปวางไว้หน้ารถและประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่ไม่มีใครเป็นอันตรายเลย
            พระพิมพ์สมเด็จหลังสังเวชนียสถานสี่ทั้งสองเนื้อเป็นพระพิมพ์สมเด็จที่สร้างขึ้นด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์โดยกลุ่มนักศึกษาด้านพุทธศาสตรศึกษาทั้งบรรพชิตและฆราวาสที่นิยมชมชอบในพระสมเด็จวัดระฆัง และมีจุดมุ่งหมายในการแบ่งเบาภาระของหลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ ในการพัฒนาสำนักสงฆ์ดงทมและยกฐานะเป็นวัดในเร็ววัน พระพิมพ์สมเด็จฯ เนื้องิ้วดำ ส่วนหนึ่งมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างอุโบสถพอเพียง สำนักสงฆ์ดงทม เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่วนพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผงผสมดินสังเวชนียสถานสี่ มอบให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคีสำนักสงฆ์ดงทมในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ปัจจุบัน การก่อสร้างอุโบสถสำนักสงฆ์ดงทมได้เสร็จสิ้นและยกช่อฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งพระพิมพ์สมเด็จทั้งสองเนื้อนี้หมดไปจากสำนักสงฆ์ดงทมนานแล้วเช่นกัน
             ในสภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ๑๙ สมาชิกและผู้อ่านนิตยสารพระเครื่องพระเกจิที่เคยร่วมทำบุญสร้างอุโบสถสำนักสงฆ์ดงทมและได้รับพระสมเด็จรุ่นนี้ไปสักการะบูชา ลองรื้อตู้รื้อกล่องหาพระพิมพ์สมเด็จรุ่นนี้มาห้อยคอติดตัวเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ ที่ได้เกริ่นนำในต้นบทความ อานิสงค์คงนำพาทุกท่านรอดพ้นจากวิกฤติภัยทั้งหลายทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นในช่วงสองสามปีนี้อันเป็นช่วงสุดท้ายก่อนที่มฤตยูจากออกจากลัคนาดวงเมือง
 
 
๑ บทความเก่าจากนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ
๒ หลวงพ่อชาติ ชาติวุฑโฒ หรือ พระอาจารย์ชาติชาย ชาติวุฑโฒ ดร. อดีตเจ้าสำนักดงทม ต.หันทราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ปัจจุบัน (ปี ๒๕๖๙) ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสแห่งหนึ่งใน อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี
๓ หมายถึงปีที่เขียนบทความนี้เป็นครั้งแรก ส่วนปีที่นำบทความมาปรับแก้และขึ้น Website พระสมเด็จฯ รุ่นนี้ มีอายุการสร้าง ๑๐ ปี

บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาพหน้าปก_
บทความเก่าว่าด้วยความเป็นมาและข้อมูลเกี่ยวกับพระสังกัจจายน์มหาเศรษฐี หลวงพ่อเพชร จนฺทวํโส วัดบ้านกรับ นิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ปีที่ ๒๕ ฉบับ ๓๒๐
1 ก.พ. 2026
หน้าปกบทความหลวงปู่ห้วย เขมจารี
ชีวประวัติพระราชญาณโสภณ วิ. (จรัส เขมจารี) หรือ "หลวงปู่ห้วย" วัดประชารังสรรค์ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสารพระครื่องพระเกจิ
3 พ.ย. 2024
หน้าปกบทความ_
บทความเก่าว่าด้วยประวัติความเป็นมาและข้อมูลเกี่ยวกับพระปรกใบมะขามหลวงปู่วิวเียร ฐิตปุญญเถร จากนิตยสารศูนย์พระเครื่อง ฉบับที่ ๑๗๒
21 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy