เหรียญพระคันธาราษฎร์ หลวงพ่อโฉม วัดเขาปฐวี อุทัยธานี

เหรียญพระคันธาราษฎร์ หลวงพ่อโฉม วัดเขาปฐวี อุทัยธานี๑
โดย... ชายนำ ภาววิมล ...
ในยุคสมัยนี้ ระบบข้อมูลข่าวสารสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอประวัติความเป็นมา การโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่องกันอย่างเปิดเผย ผลดีที่เกิดขึ้น คือ ทำให้นักนิยมพระเครื่องรุ่นใหม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพระเครื่องมากขึ้น มีทางเลือกในการเล่นหาสะสมมากขึ้น ในทางกลับกัน การใช้สื่อและระบบข้อมูลข่าวสารสมัยใหม่ไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ย่อมมีผลเสียต่อนักนิยมพระเครื่องประเภทมือใหม่หัดเล่นเช่นกัน เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ต้องชั่งใจดูเหมือนกันว่าจะเชื่อใครดี แม้ในเรื่องเดียวกัน ก็อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ ย่อมมีการรับรู้แตกต่างกัน เมื่อเวลาผ่านไป การบอกกล่าวเล่าขานต่อๆ กันไป ก็มีส่วนใดส่วนหนึ่งเพี้ยนไปบ้าง เว้นแต่ข้อเท็จจริงบางประการที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร คงไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงมากนัก และสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ แต่มีข้อยกเว้นเหมือนกัน โดยเฉพาะความคิดเห็นส่วนบุคคล ที่เราต้องยอมรับร่วมกันว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถมองภาพรวมของการเล่นหาสะสมพระเครื่องประเภทต่างๆ มีความหลากหลายและสีสันมากยิ่งขึ้น
พระกริ่งและเหรียญพระคันธาราษฎร์ วัดเขาปฐวี ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เป็นพระเครื่องอีกชุดหนึ่งที่มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำหนดการจัดพิธีพุทธาภิเษก รายชื่อของพระเกจิอาจารย์ที่มาร่วมในพิธีฯ บางรูป หากพิจารณาในสาระสำคัญของพิธีกรรมดังกล่าว คงพอรับได้ว่าหลักใหญ่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างอันเป็นที่มาของข้อมูลดังกล่าว ที่จะหยิบยกมานำเสนอ มีแหล่งที่มาสำคัญ ๒ แหล่ง คือ
๑. ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต มีข้อมูลโดยสังเขปดังนี้ “เหรียญคันธาราษฎร์ วัดเขาปฐวี อ.ทัพทัน จ.อุทัย ธานี เป็นเหรียญที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ในวันเสาร์ห้า (วันเสาร์ขึ้นห้าค่ำ เดือนห้า)๒ นายอำเภอขอให้ทำพิธีในวันเสาร์ห้า โดยมีนายไพฑูรย์ เก่งสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธาน พระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ มาปลุกเสก ประกอบด้วย พระอาจารย์ปาล ปาลธมฺโม (๒๔๓๕, ๒๔๕๕, ๒๕๒๑. สิริอายุ ๘๖ ปี พรรษา ๖๖.) วัดเขาอ้อ, พระครูพิพัฒน์สิริธร (คง สิริมโต; ๒๔๔๕, ๒๔๖๖, ๒๕๑๗. สิริอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๑.) วัดบ้านสวน, พระอาจารย์ขาว วัดเขาอ้อ๓, นอกนั้น มีพระครูอุทิศธรรมรส (โฉม ฐิติญาโณ; ๒๔๘๑, ๒๔๐๒, ๒๕๖๒. สิริอายุ ๘๑ ปี พรรษา ๖๐.) วัดเขาปฐวี, พระครูอุทัยธรรมวินิจ (จิ๋ว สุขาจาโร; ๒๔๔๗, ๒๔๗๑, ๒๕๓๗. สิริอายุ ๙๐ ปี พรรษา ๖๖.)๔ วัดเนินเหล็ก ต.เนินเหล็ก อ.เมือง จ.อุทัยธานี, พระอุปกิตธรรมสาร (ปลั่ง ฐิตวิริโย ป.ธ.๕; ๒๔๕๓, ๒๔๗๕, ๒๕๔๒. สิริอายุ ๘๙ ปี พรรษา ๖๗.) วัดห้วยรอบ ต.ห้วยรอบ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี, พระครูอุเทศวันสาธน์ (ปุย กตฺปุญโญ; ๒๔๕๐, ๒๔๗๐, ๒๕๓๒. สิริอายุ ๘๒ ปี พรรษา ๖๑.) วัดหนองสระ ต.หนองสระ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี, หลวงพ่อสว่าง วัดถือน้ำ๕ ฯลฯ โดยปลุกเสกภายในพระอุโบสถซึ่งเป็นถ้ำอยู่ในเขาปฐวี พิธีพุทธาภิเษกเริ่มตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น.ไปถึงเวลา ๐๖.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น ปลุกเสกกันทั้งคืน หลังจากนั้น อาจารย์ทดสอบพลังพุทธคุณของวัตถุมงคลที่ปลุกเสกเสร็จแล้ว ทำให้ทราบว่ามีพุทธคุณในทางคงกระพันชาตรี จำนวนการสร้าง พระกริ่ง ๘,๐๐๐ องค์ เหรียญคันธารราฐ จำนวน ๓๐,๐๐๐ เหรียญ”
๒. ข้อเขียนของอาจารย์ชุม ไชยคีรี ในหนังสือประวัติพระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง) ที่จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานผูกพัทธสีมา (ฝังลูกนิมิต) วัดบ้านสวน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง วันที่ ๑ – ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๐ หน้า ๓๓ – ๓๖ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ท่านอาจารย์ชุม ไชยคีรี มีส่วนร่วมและประสบพบเห็นด้วยตนเอง ดังนี้ “.... เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ คณะกรรมการจัดงานวัดเขาปฐวี อำเภอทัพทัน จ.อุทัยธานี ทำหนังสือเชิญผมให้จัดหาท่านอาจารย์ผู้ทรงคุณทางจังหวัดพัทลุงไปทำพิธีในงานพุทธาภิเษกพระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์เป็นประธานและเสกพระกริ่ง และเหรียญพระคันธารราษฎร์ เพื่อจัดหาเงินพัฒนาวัดและถ้ำให้เป็นที่ทัศนาจรตามโครงการของจังหวัด เมื่อได้รับหนังสือเชิญแล้ว ผมเดินทางไปดู เห็นว่าวัดเขาปฐวีตั้งอยู่เชิงเขา ภูเขายาวประมาณ 1 ก.ม. มีถ้ำหลายถ้ำสวยงาม เฉพาะวัดตั้งอยู่หน้าถ้ำ ถ้ำอยู่กึ่งกลางของภูเขา ในวัดมีต้นไม้ใหญ่ๆ เย็นสบายหาดูได้ยาก ทางราชการกำลังทำถนนราบ ภูเขากำลังพัฒนา ผมเห็นแล้วยินดีช่วยเหลือตามคำขอร้อง นอกจากเห็นสถานที่แล้ว เห็นชื่อกรรมการ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีนายอำเภอเป็นรองประธาน เชื่อว่าคงเป็นนโยบายที่น่าอนุโมทนา จึงทำหนังสือมายังท่านอาจารย์พระครูพิพัฒน์ฯ ให้จัดพระอาจารย์ไป ๔ องค์ ท่านอาจารย์เป็นประธาน ๕ ทั้งตัวข้าพเจ้าเป็นเจ้าพิธี มีพระอาจารย์ไชย ปสญฺญจิตโต วัดบ้านสวน, หลวงพ่อแก้ว๖, พระครูสิริวัฒนการ (ศรีเงิน อาภาธโร; ๒๔๗๒, ๒๔๙๓, ๒๕๔๓. สิริอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๑.) วัดดอนศาลา พัทลุง เดินทางถึงวัดเขาปฐวี วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ เวลา ๑๘.๐๐ น. กำหนดพิธีวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ เวลา ๗.๓๐ น. สังเวยเทวดา
คณะกรรมการต้อนรับเป็นอย่างดี มอบหมายให้ผมเป็นเจ้าพิธี มีพราหมณ์ไปจากกรุงเทพทำพิธีสังเวยเทวดา แต่เมื่อไปถึง อ่านดูคำโฆษณาที่พิมพ์ปิดประกาศว่า คณะอาจารย์ชื่อดัง อาจารย์พระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง) กับคณะอาจารย์พัทลุงซึ่งมีความขลังปลุกเสกแล้วทดลองยิงฟันแทงด้วยอาวุธทุกชนิดได้ เชิญไปรับและไปทดลองได้ ทำนองนี้ เมื่อเห็นเข้าเช่นนี้หนักใจและไม่พอใจ พิธีเพียงคืนเดียวกึงกับทดลองอย่างนั้นเทียวหรือ และเมื่อโฆษณาอย่างนั้นก็พระอาจารย์ในจังหวัดใกล้เคียงกันก็จะหมั่นไส้ขึ้นมา ทำให้ท่านหมดความเมตตา หาว่าคณะท่านอาจารย์ว่าโฆษณา อย่างนี้กลับดีไหม ท่านอาจารย์ ท่านั่งนิ่งสักครู่แล้วพูดขึ้นเบาๆ ว่า มาแล้วต้องสู้ ผมจึงเรียนท่านและท่านอาจารย์ที่ไปด้วยว่า เราขอเสกคาถามหาอุดเพียง ๔ ตัว ๑ คืน ไม่ต้องเสกอะไรให้ ท่านอาจารย์พยักหน้าว่าเอา ตกลงว่าทั้ง ๕ อาจารย์เสกคาถา ๔ ตัวให้ ๑ คืนเต็มๆ คืนวันที่ ๕ ปลุกเสกรวมทั้งคณะอาจารย์ พุทธาภิเษกราว ๔ ชั่วโมง เป็นอันเสร็จพิธี วันที่ ๖ เริ่มแจกแก่ผู้มารับตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. ไปถึงเวลา๒๔.๐๐ น. ทุกวัน ผมเห็นว่าเขาตั้งใจจะทดลองและเชื่อว่าต้องถูกทดลองแน่ ก็เชื่อว่าเมื่อเราเสกแล้วยิงไม่ออก แต่นึกถึงว่าเรานิมนต์ท่านอาจารย์ของเรามา หากผิดพลาด คณะศิษย์ทั่วประเทศจะลงโทษ ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว จึงนิมนต์ท่านอาจารย์ไปพักแอบไว้อีกถ้ำหนึ่ง ผมนั่งแจกด้วยอธิบายวิธีใช้แต่ผู้เดียวตลอด ๕ วัน ถูกทดลองตั้งแต่คนแรก คนแรกที่เข้ามารับชื่อนายสวน น้อยพระยา บอกว่ายิงพระเป็นบาปเป็นกรรม แต่พอนายสอนรับพระจากมือผมแล้วประมาณ ๑๐ นาทีก็มาพร้อมกับปืนลูกซองที่ยิงด้าน ๓ ลูก ที่ยิงระเบิดคือทดลองยิงขึ้นฟ้า ๑ ลูก พร้อมด้วยคณะหลายสิบคนมาบอกโฆษกๆ ก็สัมภาษณ์ให้นายสอนถ่ายทอดออกอากาศทันที ผมก็พูดออกอากาศถามนายสอนว่าทำไมยิงพระ นายสอนบอกว่ายิงมา ๑๐ กว่าปี หลายพันองค์แล้วไม่เห็นยิงไม่ออกตามเขาว่าสักองค์ และเขาว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเขาเชื่อแล้ว จะไม่ยิงพระต่อไป พวกที่อยู่ทางบ้านหรือจังหวัดใกล้เคียงได้ยินได้ฟังทางวิทยุ ภายใน ๓ ชั่วโมงมากันเต็มวัด วันแรกทดลองยิงและฟันกันจนรับฟังกันไม่ไหว พวกไม่มีปืนรับแล้วกลับไปบ้านหาปืนมายิงกันจนได้ ยิงแล้วมาบอกโฆษกๆ ถ่ายทอดออกอากาศ ผมเมื่อเห็นเขาไม่หยุดก็หยุดพูด แต่ต้องเสกและแจกด้วยมือตนเอง ยอมเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน ไม่มีใครเห็นความเหน็ดเหนื่อยของผมเลย ท่านอาจารย์ของผมไปนั่งบริกรรมภาวนาเอาใจช่วยอยู่ในถ้ำ วันที่ ๕ ของงานเป็นวันสุดท้าย ผมเห็นว่าเราชนะแล้ว จึงนิมนต์ท่านอาจารย์ออกจากถ้ำให้คนรู้จัก พิธีครั้งนี้ทำด้วยถูกเขาหลอกเอาไปฆ่าให้ตาย แต่กลับได้ดี อาจารย์ผมเป็นยอดกำลังของผม มาแล้วต้องสู้”
ข้อมูลจากทั้งสองแหล่งดังกล่าวข้างต้น คงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สมาชิกนิตยสารพระเกจิรับรู้และรู้จักพระเครื่องชุดนี้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะท่านสมาชิกฯ ที่เคยติดตามประวัติความเป็นมาในการสร้างพระเครื่องของหลวงพ่อโฉม ฐิติญาโณ วัดเขาปฐวี ราวสิบกว่าปีที่แล้ว บางท่านอาจโชคดีได้พระเครื่องชุดนี้ ไปสักการบูชาในสนนราคาเช่าหาบูชาที่ไม่สูงมากนัก และเมื่อสองหรือสามปีที่ผ่านมา มีนิตยสารพระเครื่องมาตรฐานฉบับหนึ่งระบุว่าเหรียญพระคันธารราษฎร์รุ่นนี้ สนนราคาเช่าหาปรับตัวขึ้นไปที่หลักพันต้นๆ แล้ว เท็จจริงเป็นประการใดคงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรมากนัก เพราะเหรียญพระคันธาราษฎร์รุ่นนี้ เป็นเหรียญพระพุทธพิธีใหญ่ที่มีอายุการสร้างประมาณ ๕๐ กว่าปี ทั้งเป็นเหรียญพระพุทธประเภทของดีราคาเยาวชนที่วงการนักนิยมพระใหม่เมื่อวันวาน รับรู้ ยอมรับ และเล่นหากันมานานกว่า ๕๐ ปี ในมุมมองด้านการเล่นหาและสะสมเหรียญพุทธประณีตศิลป์ เหรียญพระคันธาราษฎร์ วัดเขาปฐวี เหรียญนี้ เป็นเหรียญที่มีศิลปะเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ขนาดไม่ใหญ่มากเกินไป เหมาะสำหรับการเลี่ยมขึ้นคอหรือใส่กรอบเงินฝีมือดีไว้ประดับบุญบารมีก็ได้เช่นกัน เหรียญที่จัดสร้างในช่วงปี ๒๕๑๐ – ๒๕๑๙ เป็นพุทธประณีตศิลป์ที่น่าสนใจยิ่งและเป็นทางเลือกสำหรับนักนิยมเหรียญพระพุทธทั้งรุ่นเก๋าและมือใหม่หัดเล่น เพราะพระเกจิอาจารย์ในยุคนั้นแต่ละรูปล้วนเยี่ยมยุทธ์ทั้งสิ้น โดดเด่นได้ด้วยวัตรปฏิบัติ ภูมิธรรม และความสามารถของตนเอง กองเชียร์ทั้งหลายมีส่วนน้อยมาก

ลักษณะ เหรียญพระคันธาราษฎร์เป็นเหรียญรูปไข่ขนาดย่อม ด้านหลังเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ล้อแบบศิลปะพระพุทธรูปสมัยคันธาราษฎร์ พื้นเหรียญ แกะภาพฉากหลังเป็นรูปทิวเขาและมีพระอาทิตย์อยู่ทางด้านซ้ายขององค์พระ มีแฉกรัศมีรายรอบดวงอา ลักษณะขอบเหรียญเป็นแบบสองขอบ ด้านหลังเหรียญ ประทับด้วยยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ และพระคาถา “นะ มะ อะ อุ” ใต้ยันต์เป็นอักษรไทยสามแถวจารึกข้อ ความ “พุทธาภิเศก”, “วัดเขาปฐวี”, “๒๕๑๖” ตามลำดับ
ขนาด กว้าง ๒.๒ เซนติเมตร ยาว ๓.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๑๕ เซนติเมตร
เนื้อหา เท่าที่พบเห็นและจากข้อมูลที่รับรู้กันโดยทั่วไป มีเฉพาะเหรียญทองแดง
วรรณะสีผิว รมดำ
จำนวนการสร้าง ๓๐,๐๐๐ เหรียญ
พิธีกรรม จากข้อมูลที่แปลกแยกกัน พิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่ข้อสงสัยว่าพระเครื่องรุ่นนี้ มีพิธีพิธาภิเษก ๒ ครั้ง ใช่หรือไม่ ครั้งแรก วันที่ ๔ - ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ โดยเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ ๕ รูป/คน ครั้งที่สอง วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๖ ตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีฉลู โดยพระเกจิอาจารย์ในพื้นที่
พลานุภาพ พิจารณาจากสายวิชาของพระเกจิอาจารย์ที่ทางวัดเขาปฐวีนิมนต์มาร่วมพิธีพุทธาภิเษกฯ พระเครื่องและวัตถุมงคลสายนี้ ส่วนใหญ่เน้นหนักทางด้านแคล้วคลาดนิรันตราย คงกระพันขาตรี
ทุกวันนี้ เหรียญพระคันธาราษฎร์ วัดเขาปฐวี สภาพเดิมๆ ผิวรมดำค่อนข้างสมบูรณ์ เริ่มหายากมากยิ่งขึ้น ที่พบเห็นโดยทั่วไป มักเป็นเหรียญที่ผิวรมดำถลอก จังหวะโอกาสที่จะได้เหรียญสภาพราว ๘๐ – ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผิวเดิมๆ มาชื่นชมกับเขาสักเหรียญ คงต้องใช้ความพยายามพอสมควร ใครก็ตามที่ได้เหรียญสภาพสวยแบบเดิมๆ ไม่เคยผ่านศัลยกรรมตกแต่งผิวมาก่อน ในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้ ถือว่าเป็นการเก็บทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในอนาคตที่คุ้มค่า ยามใดที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและพระเครื่องกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง เวลานั้นคือน่าจะเป็นยุคทองของพระเครื่องและวัตถุมงคลที่จัดสร้างช่วงระหว่างปี ๒๕๐๐ ถึงปี ๒๕๑๙ เพราะพระเก่าหายไปอยู่ในมือผู้มีอันจะกินหมด หรือไม่ก็ธุดงค์ไปอยู่ต่างประเทศ พระใหม่น่าจะถือจุดอิ่มตัวด้วยเหตุที่มีจำนวนการสร้างมากเกินไป ตามเก็บกันไม่ไหว ออกมาไม่มีที่สิ้นสุด บุญญาบารมียังสู้พระเกจิอาจารย์ในช่วงปี ๒๕๐๐ – ๒๕๑๙ ไม่ได้ กงล้อย่อมหมุนทับรอยเดิมและเกื้อหนุนให้พระเครื่องยุคนั้น กลับมาโดดเด่นอีกรอบด้วยค่านิยมที่สูงกว่าเดิมมาก
๑ ปรับปรุงแก้ไขจากบทความเก่าในนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ ปีที่ ๒๒ ฉบับที่ ๒๙๖ เมษายน ๒๕๖๐ หน้า ๗๔ – ๗๕
๒ จากการตรวจสอบปฏิทินปี ๒๕๑๖ พบว่าเสาร์ห้า ปี ๒๕๑๖ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๖
๓ ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับพระอาจารย์ขาว วัดเขาอ้อ
๔ ข้อมูลปีที่หลวงพ่อจิ๋ว สุขาจาโร มี ๒ กระแส บางกระแสระบุว่ามรณภาพปี ๒๕๓๖ บางกระแสระบุว่ามรณภาพปีป ๒๕๓๗.
๕ ไม่สามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ“หลวงพ่อสว่าง วัดถือน้ำ” ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตได้ พบแต่ “พระครูนิมิตรนวกรรม (สมควร วิชฺชาวิสาโล; ๒๔๕๙, ๒๔๗๙, ๒๕๔๗. สิริอายุ ๘๙ ปี พรรษา ๖๙.)”
๖ ไม่พบรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาจารย์ไชย ปสญฺญจิตโต วัดบ้านสวน, และสันนิษฐานว่า “หลวงพ่อแก้ว” น่าจะเป็น “พ่อท่านแก้ว ธมฺมิโก (๒๔๕๑, ๒๔๗๒, ๒๕๓๘. สิริอายุ ๘๗ ปี พรรษา ๖๖.) วัดโคกโดน ต.โตนดด้วน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง.


