เหรียญนารายณ์ทรงสมุทร หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ

เหรียญนารายณ์ทรงสมุทร หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ๑
โดย... ชายนำ ภาววิมล ...
หลายปีก่อน มีโอกาสไปทำกิจธุระที่วัดประดู่ทรงธรรมหลายต่อหลายครั้ง การไปแต่ละครั้ง ได้รับเกร็ดความรู้และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตำนานพุทธาคม เรื่องราวความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์สายสำนักวัดประดู่ทรงธรรมพอประดับความรู้และภูมิปัญญาของผู้เฒ่าซึ่งวนเวียนอยู่กับวงการพระเครื่องแบบสมัครเล่นมานาน เตร็ดเตร่ไปทั่ว ไม่ค่อยฝังรากลึกกับสายใดสายหนึ่งแบบยาวนานและจริงจัง ใครถามอะไรก็พอรู้พอพูดคุยกับเขาได้บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะเป็นการรู้แบบงู ๆ ปลา ๆ มิได้รู้ซึ้งแบบเจาะลึกเหมือนกับผู้ที่ศรัทธา หลงใหลในพุทธาคมพระเครื่องและวัตถุมงคลของพระเกจิอาจารย์แต่ละรูปแบบมืออาชีพ แต่ก็มีบางอย่างที่มีความสนใจเป็นพิเศษและใฝ่หาข้อมูลเชิงลึกที่สายตรงบางสายยังแอบโทรมาสอบถามหาความรู้เพิ่มเติมจากผู้เฒ่า ได้คำตอบไปแล้วก็ปิดเงียบ ไม่ยอมบอกใครว่าเคยได้ข้อมูลหรือแบ่งปันของจากผู้เฒ่า
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เดินเล่นแกมสำรวจรอบวัดว่าบรรยากาศตักสิลาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาในยุคสมัยปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง พบภิกษุวัยหกสิบกว่ารูปหนึ่ง บุคลิกท่าทางดีมาก ว่ากันไปแล้วก็ดูประหนึ่งว่าท่านมีความเป็นพระเกจิอาจารย์เช่นกัน ศิษย์ฆราวาสสายหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ ที่เดินไปด้วยกันในวันนั้น เอ่ยปากชวนผู้เฒ่าเข้าไปกราบนมัสการภิกษุรูปนั้น เมื่อสนทนาโอภาปราศรัยกันสักพัก ได้ความว่าท่านเคยไปจำพรรษาที่วัดอื่นหลายปี เพิ่งย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดประดู่ทรงธรรมได้ไม่นาน การสนทนาในวันนั้น ผู้เฒ่านั่งฟังเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีความรอบรู้ในเรื่องพระเกจิอาจารย์เมืองกรุงเก่ามากพอที่จะไปสนทนากับภิกษุรูปนั้น แต่ก็พยายามจับใจความเพื่อปะติดปะต่อเนื้อราวต่าง ๆ ให้กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น ช่วงจังหวะหนึ่ง มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว (ชาตะ ๒๔๕๖, อุปสมบท ๒๔๗๙, มรณภาพ ๒๕๓๔. สิริอายุ ๗๘ ปี พรรษา ๕๕.) กับหลวงปู่ผิว อภิชาโต (๒๔๖๖, ๒๔๙๑, ๒๕๙๓. สิริอายุ ๙๗ ปี พรรษา ๗๒.) ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน แม้อายุห่างกันพอสมควร แต่หลวงพ่อผิว อภิชาโต ก็เคารพนับถือหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เสมือนพี่ชายคนหนึ่งของท่าน
ภิกษุอาวุโสรูปนั้นกล่าวยกย่องหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว ว่าเป็นยอดพระเกจิอาจารย์เมืองกรุงเก่าในชั้นหลังที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในพระเวทย์วิทยาคมแบบหาตัวจับยาก ความเก่งกล้าสามารถมิได้ด้อยไปกว่าพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าเลย ทั้งยังให้ทัศนะส่วนตัวของท่านว่า หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว มีความเก่งกล้าสามารถในระดับเดียวกับหลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ (๒๓๙๐, ๒๔๑๗, ๒๔๗๗. สิริอายุ ๘๗ ปี พรรษา ๖๐.) วัดพระญาติการาม ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เท็จจริงเป็นประการใด ผู้เฒ่ามิบังอาจแสดงความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเกิดไม่ทันหลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ วัดพระญาติการาม และมีโอกาสกราบนมัสการหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ด้วยเหตุที่ผู้เฒ่าเป็นผู้ที่นำเรื่องพระกริ่งอุ้มบาตร พระปิดตาหลังพรห์ม เหรียญนารายณ์ทรงสมุทร หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว ซึ่งสร้างในปี ๒๕๓๑ มานำเสนอในนิตยสารพระเครื่องหลายฉบับ ศิษย์หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว บางคนเลยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าผู้เฒ่าเป็นศิษย์หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว ทั้งบันทึกในหนังสือประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าผู้เฒ่าเป็นผู้สร้างพระกริ่งอุ้มบาตร พระปิดตาหลังพรห์ม เหรียญนารายณ์ทรงสมุทร ว่ากันตามจริง มีความถูกต้องเพียงส่วนเดียว แต่มิใช่ความเป็นจริงทั้งหมด
ผู้ที่ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพในการสร้างพระปิดตาหลังพรห์มและเหรียญนารายณ์ทรงสมุทร ตัวจริงเสียงจริงคือ คุณวิบูลย์ ศิรินันทวัฒน์ (เสี่ยบุ้ง ลูกชายเจ้าของร้านนาฬิกาแดนทอง ประตูน้ำ) การจัดสร้างคราวนั้น เสี่ยบุ้ง ขอให้ผู้เฒ่าช่วยดำเนินงานประสานกับช่างยู้ (สุเทพ โสธรประทาน) ต.ลำพยา อ.เมือง จ.นครปฐม ในการแกะแม่พิมพ์และเททองหล่อพระปิดตาหลังพรห์มทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดแบบ ติดต่อช่าง หาชนวนและมวลสารอื่นที่อยู่นอกสายหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว ตลอดไปจนถึงขั้นสำเร็จเป็นองค์พระเลยก็คงไม่ผิดกระไร เสี่ยบุ้งมีหน้าที่แค่นำแผ่นยันต์กับโลหะชนวนหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว มาให้ สำคัญที่สุดคือเป็นผู้จ่ายเงินทั้งหมด ผู้เฒ่ามิได้ออกเงินในส่วนนี้เลยแม้แต่บาทเดียว ด้วยเหตุนี้ จะสรุปชี้ชัดว่าผู้เฒ่าเป็นผู้สร้างคงไม่ถูกต้อง ส่วนเหรียญนารายณ์ทรงสมุทร ปี ๒๕๓๑ เสี่ยบุ้งเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเองทั้งหมด เพราะเคยให้ช่างตุ้ม (โสภณ ศรีรุ่งเรือง) โรงงานโสภณโลหะภัณฑ์เป็นผู้ดำเนินการแกะแม่พิมพ์และปั๊มเหรียญหลายครั้ง
ประเด็นหลักที่ทำให้ศิษย์หลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่าผู้เฒ่าเป็นผู้สร้างพระกริ่งอุ้มบาตรและพระปิดตาหลังพรห์มรุ่นนี้ มีอยู่ว่าการไปติดตามงานแกะแม่พิมพ์พระปิดตาหลังพรห์ม ผู้เฒ่าเหลือบเห็นหุ่นพระกริ่งพิมพ์หนึ่งที่ยังแกะไม่เห็น ด้วยความสงสัย เลยถามช่างยู้ว่าเป็นพระกริ่งอะไร ช่างยู้ตอบว่าเป็นแม่พิมพ์ที่คนว่าจ้างเขายกเลิกงานไปแล้ว เหตุผลคือแกะไม่เหมือนพระกริ่งสวนเต่าที่ผู้ว่าจ้างคนนั้นต้องการ เลยถามต่อว่าจะทำอย่างไรกับแม่พิมพ์ที่แกะค้างไว้ ช่างยู้ตอบแบบเซ็ง ๆ ว่าคงปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ ไม่ทำอะไรต่อ ด้วยความเห็นใจช่างที่ทำงานแล้วไม่ได้เงิน เลยบอกให้ช่างยู้แกะแม่พิมพ์ต่อให้เสร็จโดยไม่ต้องแก้โครงร่างและเค้าหน้าเดิม ให้ปรับแต่งแม่พิมพ์ ๒ จุด คือ ปรับแม่พิมพ์เป็นพระกริ่งอุ้มบาตร และแกะฐานบัวใหม่ให้เป็นแบบบัวเล็บช้าง จำนวนการสร้างก็ทำเพียง ๒๐๐ องค์ ให้ได้ค่าแรงบ้าง ไม่ต้องทำงานโดยไม่ได้ผลตอบแทน เรื่องก็มีเพียงเท่านี้... ล่ะ ครับ
เมื่องานเสร็จเรียบร้อยและส่งมอบให้เสี่ยบุ้งแล้วก็ไม่ได้คาดหวังหรือกะเกณฑ์อะไร เพราะเสี่ยบุ้งเป็นเพื่อนสนิทของน้องชายและรู้จักมักคุ้นกันพอสมควร หลังจากหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว อธิษฐานจิตฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เสี่ยบุ้งนำพระกริ่งอุ้มบาตรมาคืนให้ราว ๔๐ องค์ พร้อมกับพระปิดตาหลังพรห์ม เหรียญนารายณ์ทรงสมุทรอีกจำนวนหนึ่ง พระเครื่องที่ได้มา แจกคนที่สนิทชิดเชื้อกันบ้าง แบ่งปันให้คนอื่นบ้างตามควรแก่การ มีโอกาสก็นำเรื่องไปลงในนิตยสารพระเครื่องฉบับต่าง ๆ เพื่อให้นักนิยมพระเครื่องสายนี้รับรู้และไม่ลืมว่ามีพระเครื่องชุดนี้อยู่ในทำเนียบวัตถุมงคลของหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว
ช่วงโควิด ๑๙ แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง กระแสป้องกันและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดฯ วงการพระเครื่องซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ตลาดพระทุกแห่งต้องปิดลงชั่วคราวด้วยคำสั่งของรัฐ คนวงการพระเครื่องเดือดร้อนกันไปทั่ว คนที่อยู่ได้นอกจากความเป็นยอดฝีมือระดับเซียนเหยียบเมฆแล้ว ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าเป็นโชคดีที่เก็บพระหลักซึ่งตรงกับความต้องการของนักนิยมพระเครื่องที่มีกำลังกว้านซื้อเก็บในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ถึงได้เงินน้อยลงแต่ก็ดีกว่าปล่อยไม่ได้เลย ยังดีกว่าคนด้อยโอกาสในสังคมอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เรื่องเฉกเช่นนี้ ผู้เฒ่าเห็นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกและคงมิใช่ครั้งสุดท้าย แต่ที่แปลกใจ คือ มีนักนิยมพระเครื่องหน้าใหม่ซึ่งไม่เคยติดต่อสื่อสารกันมาก่อน โทรมาสอบถามและขอแบ่งปันพระปิดตาหลังพรห์มและเหรียญนารายณ์ทรงสมุทรหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว ปี ๒๕๓๑ ในช่วงสัปดาห์ที่ ๓ ของเดือนพฤษภาคม หลายราย เลยถือโอกาสนี้ หยิบยกเรื่องเหรียญนารายณ์ทรงสมุทรรุ่นนี้มานำเสนออีกครั้ง
ความเป็นมาของเหรียญนารายณ์ทรงสมุทร มีอยู่ว่าในปี ๒๕๒๖ คุณวิบูลย์ ศิรินันทวัฒน์ หรือเสี่ยบุ้ง เคยสร้างเหรียญเสมาและเหรียญหยดน้ำ (บางท่านก็เรียกเหรียญใบโพธิ์) รูปเหมือนหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว นั่งเต็มองค์หลังนารายณ์ทรงสมุทร หากจำไม่ผิด ตอนนั้น เสี่ยบุ้งเพิ่งจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านทุ่งบางเขนไม่นานนัก เพื่อนร่วมแก๊งสมัยเรียนสามคนได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานที่ธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งและเป็นกลุ่มดาวรุ่งที่ทำงานเข้าตาผู้ใหญ่ ด้วยครอบครัวของเสี่ยบุ้ง มีความสนิทสนมและคุ้นเคยกับหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เป็นอันมาก จึงได้สร้างเหรียญเสมาและเหรียญหยดน้ำหลังนารายณ์ทรงสมุทรถวายหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เป็นครั้งแรก ต่อมาสถานการณ์ทางครอบครัวไม่ค่อยดีนัก การค้าเริ่มขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินมากพอสมควร เสี่ยบุ้งอธิษฐานขอพึ่งบารมีหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการทำงานหนัก มานะบากบั่น ทั้งงานประจำที่ธนาคารและขายประกัน ไม่นานก็สามารถชดใช้หนี้สินทั้งหมด กลับมาอยู่ในฐานะปกติ จึงตัดสินใจสร้างพระปิดตาหลังพรห์มและเหรียญนารายณ์ทรงสมุทรถวายหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว เพื่อแสดงกตเวทิตาคุณต่อครูบาอาจารย์ของตน

ลักษณะ เป็นเหรียญสี่เหลี่ยมชิ้นฟักตัดมุมขนาดเล็ก ด้านหน้าเป็นรูปนารายณ์ทรงสมุทร (นั่งบนฐานพญาอนันตนาคราช) ประทับด้วยพระคาถาธาตุสี่บริเวณมุมด้านบนของเหรียญ มุมบนด้านขวาของเหรียญเป็นตัว “นะ” กับ “พะ” มุมบนด้านซ้าย เป็นตัว “มะ” กับ “ทะ” ด้านหลังประทับด้วยยันต์นะคุ้มและพระคาถา “มิ อะ นะ อุ” ใต้ยันต์จารึกชื่อ “พรห์ม”
ขนาด กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร สูง ๒.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๒ เซนติเมตร
เนื้อหา/จำนวนการสร้าง ทองคำ ๑๐ เหรียญ เงิน ๑๐๐ เหรียญ นวโลหะ ๒๐๐ เหรียญ ทองแดงรมดำ ๕,๐๐๐ เหรียญ
วรรณะสีผิว เหรียญนวโลหะเป็นเนื้อนวโลหะของโรงงานโสภณโลหะภัณฑ์ ยุคก่อนได้รับสูตรนวโลหะชั้นดีหรือเกรดพรีเมี่ยมจากพระครูโสภณกิตยาภรณ์ (สมเกียรติ ปญฺญากิตฺติ ป.ธ.๓: ๒๔๙๔, ๒๕๑๖, ๒๕๔๖. สิริอายุ ๕๒ ปี พรรษา ๓๐.) วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สภาพเหรียญที่เก็บอย่างดี อาจดูคล้ายเหรียญผิวไฟ ให้สังเกตดูขอบเหรียญ พิจารณาจากรอยตัดก็พอแยกแยะได้ว่านี่คือเหรียญนวโลหะสูตรพื้นฐาน๒ เหรียญที่ผิวกลับดำหรือผิวกลับเป็นสีน้ำตาลเข้มก็มี ส่วนเหรียญทองแดงรมดำ คงไม่ต้องอธิบายมากเชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นเคยกับผิวรมดำเป็นอย่างดี
ช่างแกะแม่พิมพ์ ช่างตุ้ม (โสภณ ศรีรุ่งเรือง) โสภณโลหะภัณฑ์
พิธีกรรม อธิษฐานจิตฯ เดี่ยวโดยหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว (หลวงพ่อแช่ม ฐานุสฺสโก อธิษฐานจิตแผ่เมตตาให้เฉพาะพระกริ่งอุ้มบาตรกับพระปิดตาหลังพรห์ม )
พลานุภาพ เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์โดดเด่นด้านเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดนิรันตราย
ค่านิยม จัดเป็นเหรียญชุดเล็กที่มีศิลปะงดงาม เหมาะสำหรับการเลี่ยมกันน้ำขึ้นคอ สนนราคาเช่าหาอยู่ในเกณฑ์ที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ อนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องอาศัยกระแสเป็นแรงขับเคลื่อน
เหรียญนารายณ์ทรงสมุทร เป็นหนึ่งในสุดยอดวิชาชั้นสูงของหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว ซึ่งเชื่อสืบต่อกันมาว่ามีพลานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม ความร่มเย็นเป็นสุข หนุนดวงชะตา ช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นานา แคล้วคลาดนิรันตราย แม้เป็นเหรียญลำดับที่ ๔ ในชุดนารายณ์ทรงสมุทร แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจทั้งไม่ควรมองข้ามสำหรับสายตรงหลวงพ่อพรห์ม ติสฺสเทโว
๑ บทความเก่าจากนิตยสารนิตยสารพระเครื่องพระเกจิ
๒ เหรียญปั๊มนวโลหะในช่วงทศวรรษที่ ๒๕๑๐ - ๒๕๑๙, ๒๕๒๐ - ๒๕๒๙, เลยมาถึง ๒๕๓๐ - ๒๕๓๙ ต้น ๆ ของโรงงานส่วนใหญ่ เป็นเนื้อนวโลหะทั่วไปซึ่งมีส่วนผสมและการหลอมไม่ได้มาตรฐาน ผิวไม่กลับดำตามธรรมชาติของโลหะที่มีส่วนผสมของเงิน (เงิน หรือ เงิน + ทองคำ) ในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ตัวอย่างเช่น เหรียญนวโลหะที่สร้างในทศวรรษที่ ๒๕๑๐ - ๑๙ หลายเหรียญที่มีวรรณะออกแดงอมเขียว บางเหรียญวรรณะออกแดงจำปา ไม่กลับดำ


